Thursday, April 11, 2013

แบ็คแพ็คจีนใต้ ไปไกลถึงแชงกีล่า ตอน 1

สวัสดีค่ะ วันนี้มีโอกาสมาเขียนรีวิวซักที  ทริปนี้ เริ่มตั้งแต่ วันที่11-21เมษา ช่วงสงกรานต์พอดีนะคะ สดๆร้อนๆ เนื่องจากที่งบ้านเป็นร้านขายของค่ะ ปีนึงจะหยุดเยอะๆได้ก็ช่วงสงกรานต์กับปีใหม่ค่ะ 

ที่มาของทริปนี้เริ่มต้นจากความคิดว่า ทุกปีจะมีช่วงปิดยอดการขาย(ที่บ้านขายท่อน้ำค่ะ) ทางบริษัทที่ร้านพ่อสั่งของค่ะ เค้าจะจัดทริปไปนู่นนั่นนี่ ตามเป้าค่ะ เช่น ปีก่อนมีเป้าไปตรังบ้าง ฮ่องกงบ้าง อะไรทำนองนี้ค่ะ ส่วนปีนี้ ทราบตั้งแต่ต้นปีแล้วว่า ปีนี้จะได้ไปสิบสองปันนาค่ะ 

ไอเราก็ไปเปิดดูในกูเกิ้ลแมพล่ะค่ะ ว่าสิบสองปันนามันอยู่ตรงไหน(ไม่รู้จริงๆค่ะ แหะๆ) มันคือ ส่วนหนึ่งของไทย หรือของจีน สรุปว่า มันอยู่ในประเทศจีนค่ะ ฮ่าๆๆ ก็มองดูรอบๆ พื้นที่ตรงนั้นว่ามันสามารถไปเที่ยวที่ไหนได้อีกบ้าง ก็จะถือโอกาสร่วมไปกันกับคณะท่อน้ำแล้วขออยู่เที่ยวต่อบริเวณนั้น แต่สุดท้าย เราก่ะพ่อก็ตัดสินใจจะไปเองช่วงสงกรานต์แล้วตอนที่บริษัทแจกตั๋วก็เปลี่ยนเป็นเงินแทน อุอิ 

โม้ไปซะเยอะ เข้าเรื่องจริงๆดีกว่าค่ะ ฮ่าๆ 

สมาชิกตอนแรก มีแค่ จขกท กับ คุณพ่อ สองคน เพราะ ทั้งบ้านมีแค่เรา2 คนที่ชอบเที่ยวแบบลำบาก เอ๊ย แบคแพ็ค อิอิ ตอนหลังพ่อไปเยี่ยมบ้านลุงดุล ก็ไปเล่าให้เค้าฟังจะไปเที่ยวจีนอย่างนั้นอย่างนี้ ลุงดุลก่ะน้าอ้อมลงชื่อคนแรกเลย หลังจากนั้น ลุงหยัดและลุงพลพี่ชายเค้าก็ตามมาสมทบ รวมสมาชิก 6คนค่า 



ทำรูปประกอบ ขำๆ นะคะ ว่าที่ไปที่มาคือ จขกท ไม่ได้รู้จักใครมาก่อนเลยนอกจาก พ่อตัวเอง แล้วต้องเป็นหัวหน้าเผ่า เอ้ย หัวหน้าทีมพาแบ็คแพ็คจีนแผ่นดินใหญ่ ... อืมมม เค้าจะสนุก หรือ จะเข็ดก็ไม่รู้เน๊อะ ไปลองลุยกันก่อนละกัน (( จขกท เคยแบ็คแพ็ค ไปอินเดีย-เนปาล กับพ่อ2คน, เขมร และ เวียดนาม แบ็คแพ็คทั้งครอบครัวค่ะ แม่ก่ะน้องชายออกแนวบังคับให้ไปด้วย ฮ่าาา ))


เส้นทางของเราที่แพลนไว้คือ 
เชียงใหม่- เชียงของ- ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น-โม่ฮาน-ต้าหลี่-แชงกรีล่า-ลี่เจียง-คุนหมิง-สิบสองปันนา-ใช้เส้นเดิมย้อนกลับ เพื่อกลับไทย

เราออกเดินทางวันที่ 11 เมษา ตอนบ่ายโมงที่สถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่ ออกจากที่นี่ 4คน ส่วนลุงหยัดและลุงพล ไปขึ้นที่สถานีเชียงคำ ตอนหลังเจอกันบนรถคันเดียวกันนี่แหล่ะ ไปเชียงของ


ไปถึงเชียงของก็สองทุ่มกว่าๆ นัดให้โรงแรมที่เชียงของมารับค่ะ รอสัก สิบนาทีเค้าก็มาถึง ระหว่างนั้นเราก็ถ่ายรูปเล่นกันไป

พวกเรานอนโรงแรมที่เชียงของหนึ่งคืน ตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าตรู่ต้องไปยืนรอที่ด่านเลย 



พอร์ตไซต์เป็นโรงแรมเล็กๆค่ะ อยู่ติดกับด่านเลย สามารถเดินไป ประมาณ 100-200เมตรก็ถึงค่ะ ห้องก็ยังใช้ได้อยู่นะคะ คืนเดียว โอเคค่ะ 
แต่ตอนนี้หิวมาก เข้าโรงแรมปุ๊บ เอาของไว้ในห้องแล้วออกมาทานอาหารที่ร้านใกล้ๆ เลยค่ะ 

บรรยากาศดีใช้ได้เลยทีเดียว


มื้อแรกที่เราได้ทานอาหารด้วยกันทำให้เราได้ทราบว่า ในกลุ่มเรา มี 2ท่าน ไม่ทานเนื้อสัตว์ หรือทานมัง นั่นเอง อืมมมม 
แต่ กติกา ของทริปนี้ คือ จขกท เป็นเหรัญญิกค่ะ ก่อนเดินทางเก็บเงิน ท่านละ 15,000 แล้วค่อยนำมาแลกเป็นเงินหยวนทีหลัง เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายค่ะ  

ตอนนั้นเคยแบคแพ็คไปอินเดีย เนปาล ก่ะคุณแม่ น้องชาย แล้วก็เพื่อนแม่อีกคนนึง เราไม่ได้ใช้วิธีเก็บเงินกันก่อนไป ให้ออกเงินใครเงินมัน ในบางสถานการณ์การ ช่วงเวลานั้น ที่จะต้องจ่ายเงินค่ารถ ค่าเรือเงินมันไม่พอหรือไม่พอทอน หรือขี้เกียจหยิบ ก็จะบอกให้อีกคนออกไปก่อน ซึ่งเหตุการณ์นี้ประสบมาแล้วว่า ตอนท้ายมีปัญหากันเพราะจำไม่ได้ว่าออกให้กันไปเท่าไหร่ คืนกันไปแล้วหรือยัง 

เราเลยออกกติกา ให้คล้ายๆกะเล่นแชร์แต่ไม่ได้เปียแชร์ อิอิ ถ้าเงินหมดค่อยเติม เงินเหลือค่อยคืน แต่คำนวนมาแล้วว่า หมื่นห้าค่าที่พัก ค่าเดินทาง ไม่รวมค่ากิน เอาอยู่ แต่ตอนหลังมาตั้งแต่ข้ามไปลาว เราเปลี่ยนกติกากันใหม่ว่า ให้เงินกองกลางออกเป็นค่าอาหารที่แชร์กันด้วย หมายถึงที่ทานด้วยกันอะค่ะ


เช้ามา พวกพ่อนัดกัน6โมง ไปเดินตลาดเช้ากันแถวๆ โรงแรม นั่งสกายแลพไปเที่ยวกัน ไปทานโจ๊กร้อนๆตอนเช้ากันค่ะ 



7 โมงนิดๆ เรามารอที่ด่านกันแล้วค่ะ กลัวแพลนบิดเบี้ยว เนื่องจาก คนบางกลุ่มต้องกลับลาว กลับจีน ใกล้วันสงกรานต์ค่ะ เลยมากันก่อน

เข้าแถวคนแรกเลยค่ะ แต่ตอน 8 โมงเค้าเปิดทำการ เราก็เรียกให้ ทุกคนมาต่อแถวทั้งๆที่ คนอื่นมาต่อหลังเราตั้งนานแล้ว ยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ทุกท่านในวันนั้น นึกว่ายื่นให้กันได้ งะร้องไห้ _/||\_ 


ค่าลงเรือข้ามฟาก คนละ 40 บาท ค่ะ ขากลับเข้าไทยก็ 40 บาทเช่นกันค่ะ 



ข้ามมาถึงฝั่งลาวก็ เห็นเค้ากาลังเตรียมงานปีใหม่สงกรานต์กันมั้งคะ ฮ่าๆๆ สงสารจัง หลิ่วตา

พอมาถึงฝั่งลาว ก็กรอกเอกสารที่ ตม 

แล้วเราก็นัด ผู้บ่าวลาวให้มารับค่ะ ยิ้ม เหมา ทั้งคัน 3,500 บาท ส่งถึงด่านจีน จริงๆไม่ต้องนัดก็ได้ค่ะ ข้ามไปก็มีรถบริการเยอะแยะ มาคนเดียว ก็จ่ายคนละ 500บาท สะดวกดีค่ะ ตอนแรกเรากลัวว่า จะเข้าประเทศจีนไม่ทัน เลยนัดแนะเค้าให้มารอก่อนค่ะ ชื่อ คุณเป้ เบอร์ 081-3669569 ถ้าเค้าไม่ว่าง คุณปอน น้องชายเค้าก็จะมารับแทนค่ะ


ไปถึงด่านจีนเวลาประมาณ บ่าย3 โมงนะคะ อ้อ ระหว่างทางที่ลาว แวะทานข้าวกันด้วยค่ะ ต้มยำไก่บ้านอร่อยมาก ฮ่าๆๆ


มาถึงตรงด่านสิ้นสุดชายแดนลาวนะคะ ก่อนจะข้ามไปจีนเค้าจะให้คุณไปแสตมป์ออกที่นี่ก่อนค่ะ 
ตึกซ้ายมือนะคะ

คนเริ่มทะยอยกันมาแล้วค่ะ


เดี๋ยวข้ามเจดีย์สีทองตรงนั้นไปก็เป็นชายแดนจีนแล้วค่ะ 


ถึงตรงนี้ต้องลงแล้วค่ะ ตึกขวามือนะคะ เดินเข้าไปเลย เป็น ตม จีนค่ะ 


สักรูปกับคนขับค่ะ ขากลับเค้าบอกว่า โทรหาเค้าให้มารับก็ได้ ให้โทรมาบอกล่วงหน้าก่อน 1-2 วันค่ะ


จากตรงนี้ไป ต้องใช้ภาษาจีนล้วนๆแล้วค่ะ เข้าไป ข้างใน เข้าห้องน้ำห้องท่ากันเสร็จก็ กรอกใบเข้าเมืองนะคะ แล้วก็ผ่านออกไปเลย 
จากข้อมูล เค้าบอกว่า เดินออกไปจะมีรถกอล์ฟจอดอยู่ รับไปส่งสถานีรถบัสใกล้ๆ เดินออกไปไม่เห็นมีจึงเดินไปถาม พี่ชายคนขับรถบัส เค้าบอกว่า สถานีรถอยู่ข้างหน้า เดินไป 800 เมตรก็ถึง พวกเราก็ตัดสินใจเดินไป 

เดินไปได้ซัก 200 เมตร นึกขึ้นได้ว่าลืมกระเป๋ากล้องไว้ โต๊ะที่เขียนใบเข้าเมือง บอกพวกพ่อว่าแปปนึงนะ เดี๋ยวมา  เราก็วิ่งๆๆ เลยค่ะ ให้สมกับรองเท้าเอดิดาส รุ่นที่ใช้สำหรับวิ่ง ซึ่งซื้อมาใหม่เอี่ยมเลย อิอิ โชคดีจัง ขอเค้าผ่านเข้าไปเอาได้ พอเดินออกมา ลัคกี้ ประหลาดใจ เจอรถกอล์ฟจอดอยู่ ไอเราก็ถามเลย เท่าไหร่ ไปสถานีรถที่ใกล้ที่สุด เค้าบอก 3 หยวน เราบอกว่า งั้นไปเลย แวะรับคนข้างทางด้านหน้าด้วย อีก 5คน อิอิ 

ลงรถปุ๊บ จ่ายเงิน แล้วรีบไปซื้อตั๋วไปต้าหลี่เลยค่ะ ลุ้นมากว่าจะมีตั๋วรึเปล่า เพราะมาซื้อวันต่อวันงี้ อันตรายค่ะ ดูข้อมูลรีวิวของเว็บนึงเค้าบอกว่า 
มี Mohan- Dali หรือไม่ก็ 
   Mengla- Dali เลย แต่พอไปถาม ปรากฏว่า ไม่มีทั้งสองเค้าบอกให้ไปจิ่งหง(สิบสองปันนา)ก่อนค่อยไปต้าหลี่ แถมตั๋วจาก โม่ฮานไป จิ่งหงก็หมดแล้ว คุณๆ ทั้งหลายต้องไปซื้อที่ เมืองหล้าแล้วววว โอเค เราซื้อ ไปลง เมืองหล้าก่อน ค่อยไปลุ้นต่อที่สองกัน 

อ้อ ที่บอกถึงด่านจีน บ่าย 3นั้น เป็นเวลา จีนนะคะ พวกเรามา นึกได้ว่าต้องปรับนาฬิกากัน ก็ตอนนั่งอยู่บนรถจะไปเมืองหล้าค่ะ โชคดีไม่เดินไปเที่ยวบริเวณนั้นก่อนเพราะคิดว่ามันยังเป็นบ่ายสองอยู่ ฮ่าๆๆๆ
ราคาตั๋วไป เมืองหล้า 102 หยวนค่ะ ในนี้บอกว่า เลขที่นั่ง 3-8 แต่ ขึ้นไปนั่งเป็นรถตู้กระป๋องค่ะ พวกเรานั่งท้ายๆ รถ เป็นกระจุกเลยค่ะ เพราะของเยอะ 


ถึงเมืองหน้า รีบดิ่งไปซื้อตั่วอีกเช่นกันค่ะ ลุ้นที่ 2 


มีรถไปจิ่งหง ตอนนี้เลยค่ะ เรารีบซื้อตั๋ว แล้วออกไปซื้อของกินด้านนอกอาคารแล้วรีบเข้ามาขึ้นรถค่ะ 

ไปถึงสถานีจิ่งหงประมาณ6- ทุ่ม แต่ยังไม่มืดเลยนะคะที่นี่ รีบไปดูรถจาก จิ่งหงไปต้าหลี่ เพราะแพลนเราไม่ได้จะสต็อปที่จิ่งหงก่อน (แพลนแรกเราคิดจะสต็อปที่จิ่งหงก่อน แล้วก็จองโรงแรมไว้ด้วย กลับสงกรานต์ที่นี่โรงแรมจะแพงและเต็ม แต่ ภายหลังเปลี่ยนเอาจิ่งหงไปไว้ขากลับละค่ะ ไปต้าหลี่ก่อน) 

แต่ทว่า ไม่มีรถไปต้าหลี่เลย จะมี ก็พรุ่งนี้ ตอน 10 โมงเช้า ยุ่งล่ะ สิ ถ้านั่งไปต้าหลี่ 14 ชม เราจะถึง โดยประมาณตี2 ซึ่งคืนนั้นเราจองโรงแรมไว้แล้วด้วย กลัวว่าทางโรงแรมเค้าจะคิดว่าเป็นวันใหม่ แล้วชาร์ตเพิ่ม แพลนจริงๆ คือ ถึงต้าหลี่ ช่วงเช้าค่ะ ตอนนี้แพลนเริ่มรวนแล้วววว 

เราประชุมกันระหว่าง เรื่องเหมารถไปต้าหลี่ กับนอนที่นี่แล้ว ไปพรุ่งนี้ อย่างไหนจะคุ้มกว่ากัน 

นายหน้าคนนึงเรียก 3000หยวน ถึงต้าหลี่ โอ้พระเจ้า โน โน โน แต่นายหน้าแนะนำให้ไปลงคุนหมิงก่อนแล้วต่อไปต้าหลี่ เหมา คนละ 200 หยวน แต่สุดท้ายพวกเราตัดสินใจนอนกันที่นี่ก่อนคืนนึง พรุ่งนี้ 10 โมงเช้าค่อยออกเดินทางค่ะ

พวกเราเดินเลียบไปทางซ้ายมือของสถานีรถบัส หากหันหน้าเข้าสถานี 

เจอที่แรก เหลือแต่ห้องพักเดี่ยว 300 หยวน เราเดินออกมาเลย โฮะๆ
ก้อเดินหาไป อีก ก็เจอที่นี่ เปิดมา 200 หยวน เราต่อได้แค่ 180 ค่ะ เพราะคิดว่า walk-in มันก็คงจะราคานี้แหล่ะ แถมใกล้สถานีรถบัสอีกด้วย 
สภาพห้องก็โอเคนะคะ มีความหลอน ประมาณ 40% 

มีค่าประกันห้อง อีก 100 หยวนค่ะ พรุ่งนี้ เอาใบที่เค้าให้เรา ไปแลกเงินคืนพร้อมคืนกุญแจห้องค่ะ 

ส่งกุญแจให้ทุกคนเข้าห้องปุ๊บเรายืมโทรศัพท์โรงแรม โทรไปหาโรงแรมในต้าหลี่เลยค่ะ บอกว่าพรุ่งนี้เราจะไปถึงสายหน่อยนะ "ตี2" เห่อๆ เค้าก็บอกว่า ไม่มีปัญหาค่ะ พร้อมถามด้วย จากสถานีรถบัสถึงโรงแรมคุณ ประมาณเท่าไหร่ เค้าบอก เรตปกติ คันละ 50 หยวน เราก็โอเค 

หลังจากนั้นก็ขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็ลงมาหาอะไรทาน ตอนนั้นเวลา สองทุ่มกว่าแล้วค่ะ


เดินออกมา ทานอาหารในตรอกเล็กๆฝั่งตรงข้ามโรงแรมเลย ดูท่าทางไม่แพงมาก เราก็จัดการสั่งเลย อาหารหลักต้องเป็นหม้อใหญ่ มีเนื้อ นอกนั้น เป็น ผัดผัก หลังจากนั้นทุกมื้อมันก็จะมีแพทเทิลแบบนี้ทุกมื้อเลยค่ะ แต่อร่อยดี เวิร์คกับกระเพาะลำไส้ด้วยนะคะ ฮ่าๆๆๆ


ถ้วยชา ชาม จาน ของจีนที่วางเรียงซ้อนกันนะคะ เค้าให้ใช้ชาในกาน้ำ เทให้ไหลลงมาเป็นเลเยอร์ เพื่อล้างทำความสะอาดก่อนจะทานค่ะ 

ทานเสร็จ ก็ถาม พี่ๆ เด็กเสิร์ฟ เรียกเค้าว่า ฝูอู้เยวี๋ยน (พนักงาน เด็กเสิร์ฟ) หรือ เหมยหนวี่  ตัวหลังออกเสียงแบบนี้นะคะ จะพูดคำว่า หนี แต่ทำปากจู๋ค่ะ แปลว่า คนสวยๆ อะไรเงี้ย เป็นคำเรียกปกติอะค่ะ 

ถามเค้าว่า ตอนกลางคืนมีที่ไหนให้เดินเล่นสนุกๆ น่าสนใจบ้าง เค้าก็บอกทางให้เดินลัดตรอกนั้นแหล่ะ ไป เราก็ตามที่เค้าบอกไป

โอ้ว นี่มัน เมืองชัดๆ ไม่เหมือนฝั่งที่เรานอนเลย แถวนี้โรงแรมก็เพรียบ น่าจะถูกกว่าด้วย ร้องไห้ร้องไห้

ไปเจอกลุ่มผู้สูงอายุ กำลังเล่นดนตรี ร้องเพลงกันค่ะ เพลินดี 

แถวนี้คึกคักมาก พลุกพล่านกว่า โรงแรมที่เรานอนอีกง่ะ 

พวกเราเดินๆๆ กันไปเรื่อย เหมือนจะเจองานวัดด้วยค่ะ เจอคนไทลื้อเยอะด้วย
วิธีสังเกตนะคะ ให้ลุงพล หรือ ลุงหยัด เข้าไปพูดภาษาเหนือ ปนภาษายอง กับเค้าค่ะ(ภาษาของกลุ่มคนบางกลุ่มที่ยังหลงเหลือและยังใช้อยู่ในปัจจุบันในลำพูน) ถ้าเค้ารีพลาย กลับมาเป็นภาษาเดียวกัน ใช่เลยค่ะ คนไทลื้อที่ยังอาศัยอยู่ในเชียงรุ่ง หรือสิบสองปันนา ที่นี่นั่นเอง ดูอบอุ่นดีนะคะ เจอหลายคนด้วย ไม่น่าเชื่อเลย ยิ้ม


เราเดินเล่นกันซักพักใหญ่ๆ ก็ตัดสินใจเดินกลับทางเดิม 

แล้วก็มาเจอ เจ้านี่เลย ของโปรดค่ะ มันคือ ชาวข่าว(ภาษาจีน) หรือ บีบีคิว ของเค้านั่นเอง เราชอบมากตอนสมัยเรียนอยู่กวางเจาเมื่อปีก่อน พวกเพื่อนๆนักเรียนบอกวิธีจำคำนี้คือ มันพ้องกับคำว่า ชาวเขา บ้านเรานั่นเอง ฮ่าๆๆๆ จำง่ายดี 


เลือกเลยค่ะ อยากกินอะไร เดี๋ยวเค้าเอามาปิ้งๆ ให้เรากิน อิอิ 

คนขายเป็นคนไทลื้ออีกเช่นเดียวกันค่ะ พวกลุงๆ คุยกันได้สบายเลย อิอิ

เนื้อย่างอร่อยนะคะ 

อันนี้เป็นมะเขือยาวค่ะ ตอนแรกพวกพวกแปลกใจ เค้าจะเอาปิ้งทานยังไง คือปิ้งปกติแหล่ะค่ะ แต่แล่ออกมาเป็นแบบนี้ เอาน้ำจิ้มรสชาติคล้ายๆลาบใส่ อร่อยไปอีกแบบค่ะ 

ทานเสร็จกลับเขาที่พัก นอนเลย