Saturday, April 13, 2013

แบ็คแพ็คจีนใต้ ไปไกลถึงแชงกีล่า ตอน 3

เราขึ้นรถบัสนอนจากต้าหลี่มาค่ะ ว่าต้าหลี่อากาศเย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาวนะคะ มาถึงแชงกรีล่าตอนตี 2 หนาวมากเลยค่ะเสื้อแขนยาวเอาไม่อยู๋แล้วต้องหยิบโค้ท หรือขนเป็ดมาใส่กันแล้วค่ะ เช็คอุณหภูมิก่อนมานะคะ 0 องศาค่ะ เป้ของพวกเราเลยมีแต่พวกแต่งองค์ กันหนาว อิอิ 

รถมาจอดที่คล้ายๆสถานีรถบัส แต่มืดๆมากก็ยังพอเห็นอยู่ว่าเค้าจอดติดกับถนนใหญ่เลย มีแท็กซี่มารอรับลูกค้าอย่างเราๆบ้างแล้ว บางคน(ส่วนใหญ่) ก็นอนในรถ รอจนถึงเช้าค่อยออกจากรถก็ได้ค่ะ แต่ของพวกเราไม่ได้ค่ะ เพราะจองโรงแรมไว้แล้ว แล้วก็ให้โรงแรมที่ต้าหลี่โทรบอกเค้าว่าเราจะมาถึงประมาณตี 2 เค้าก็ไม่มีปัญหาอีกเช่นเคยค่ะ 

เราก็ยื่นใบจองโรงแรมที่ปรินท์มาจากเน็ทให้เค้าอ่าน เค้าอ่านไม่ออกค่ะภาษาอังกฤษ เราก็บอกว่าทางที่จะไปโรงแรมนี้ ไม่ได้อยู่ในเมืองหรอก แต่เป็นทางไปภูเขาหิมะShika (ชื่อข่า) 

ชื่อว่า Lao Shay Youth Hostel ค่ะ 

ตั้งอยู่ระหว่างทางเมืองเก่าแชงกีล่ากับ ทางไปภูเขาหิมะชื่อข่า ที่เราจะไปกันในวันถัดไปค่ะ 

เช้ามา นัดกัน 7 โมงเช้าเหมือนเคย แต่คุณลุงเค้าตื่นเร็วกันนะคะ คุณพ่อด้วย เลยลงมาถ่ายรูปเล่นกันก่อน

บรรยากาศรอบๆเกสเฮาส์ ค่ะ

ทางไปภูเขาหิมะชื่อข่า ค่ะ 


เช้าวันนี้อากาศ 2 องศา ค่ะ หนาวมากกกกกกกกกกกกกก


ห้องพักทุกอย่างโอเคนะคะ เสียอย่างเดียวน้ำร้อนไม่ค่อยไหลค่ะ พอปัดมาทางน้ำเย็น ไหลแรงมากค่ะแต่ไม่มีประโยชน์ค่ะ 

อีกอย่างที่เลือกโลเคชั่นตรงนี้ เพราะ เมืองอื่นๆ โรงแรมก็อยู่ในเมืองหมดค่ะ อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อยากอยู่ใกล้ธรรมชาติ ฮ่าๆๆ
อย่างที่ประเทศไทยก็เหมือนกันนะคะ บางเกสเฮาส์ที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในเมือง แต่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติโอบล้อม จะคล้ายๆกับช้างเผือกในป่าใหญ่เลยทีเดียวค่ะ 

วันนี้ทุกคนจัดเต็มค่า เสื้อกันหนาวถุงเท้า ถุงมือ หมวก มีเท่าไหร่เอามาใส่หมดค่ะ เพราะวันนี้เราจะไปลุยหิมะกัน เย้ๆ


เราใช้บริการรถของโรงแรมค่ะ เค้าคิดคนละ 3หยวนไปส่งที่ภูเขาหิมะ ซึ่งขับรถไป 2 กม ก็ถึงแล้วค่ะ ตอนแรกชวนกันเดินไป ไม่ไหวค่ะ เมืองนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3-4000กว่าเมตร ทำอะไรบุ่มบ่ามมากไม่ได้ค่ะ เหนื่อย เพราะอ๊อกซิเจนที่ใช้หายใจนั้นเบาบาง ยิ่งบนภูเขายิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ค่ะ

ขนาดว่าตอนเช้าอาบน้ำในห้องน้ำนะคะ อาบน้ำจนเหนื่อยค่ะ คิดดู ฝักบัวหัวสแตนเลส ถือๆ สระผม มันทำให้เราเหนื่อยได้ง่ายๆเลยค่ะ ของอย่างนี้ต้องไปลองสัมผัาดูเองค่ะ ถึงจะเข้าใจ อมยิ้ม06

รถไปส่งที่ด้านหน้าทางเข้า 

เราให้คนขับรถที่โรงแรมไปซื้อบัตรเข้าให้ ได้ราคาลด จาก 200+ เหลือ 190 หยวนต่อคนค่ะ (ประมาณ เกือบพันบาทไทย)

แล้วก็ให้เค้าแชะให้พวกเราซักรูป ก่อนไปลุยภูเขาหิมะลูกแรกกันค่ะ






บรรยากาศรอบๆค่า

พอผ่านด่านตรวจตั๋ว เดินขึ้นไป เห็นกรุ๊ปทัวร์คนจีนอื้อเลย กรุ๊ปทัวร์คนไทยก็มีนะคะ

กระเช้ามาแล้วว

ใช้เวลารอนานมากค่ะ แล้วระบบการจัดแถวเข้าคิวที่นี่ไม่ค่อยดีเลย คนเลยอัดๆกันเบียดเสียดแล้วทางปล่อยคนไปขึ้นกระเช้ามีอยู่แค่ทางเล็กๆทางเดียวค่ะ ลองคิดดูนะคะ แล้วคนจีนก็โผงผาง โฉงฉาง ไม่รู้ใช้คำถูกรึเปล่านะคะ ก็เบียดๆก่ะเราค่ะ แต่กรุ๊ปเราก็สู้ไม่ถอยนะคะ ไม่ยอมให้เค้าแทรกเลยค่ะ อมยิ้ม06อมยิ้ม17



ลอยขึ้นไปแล้ว

ยิ่งสูงก็จะยิ่งหนาวนะคะ แต่ในกระเช้าอากาศโอเคค่ะ สามารถเปิดกระจกถ่ายรูปได้ ระวังกล้องหล่นมือนะคะ หัวเราะ


เริ่มเห็นหิมะแล้วค่า 
honestly, ครั้งแรกในชีวิตนะคะที่ได้สัมผัสหิมะแบบนี้ แก่ปูนนี้แล้ว โธ๋ ไปมาก็หลายประเทศ  ตื่นเต้นๆๆๆจัง และก็คิดว่าทุกคนคงจะตื่นเต้นเหมือนกัน



เริ่มเห็นหิมะเล็กๆแล้วค่ะ ถ่ายรูปกันไม่หวั่นไม่เกร็งกลัวอะไรเลยคนไทย ฮ่าๆ แต่เอาเข้าซักพักหอบค่ะ คือเราไม่ได้ซื้ออ็อกซิเจนกระป๋องมาค่ะ ไม่มีเวลาได้ไปซื้อเลย แล้วส่วนตัวมีอาการมึนหัวแบบ ปวดๆหัวนิดๆค่ะ เป็นเพราะว่าเรากำลังขึ้นไปที่สูงขึ้นเรื่อยๆค่ะ 

เริ่มเห็นแล้วค่ะ ทุกคนร้องว้าวกันทั้งเคเบิลเลย 

รูปนี้ถ่ายนอกกระเช้าค่ะ มาถึงจุด stop จุดแรกแล้ว บังคับทุกคนลง แล้วหากจะขึ้นไปสูงกว่านี้ต้องไปต่อกระเช้าขึ้นไปอีกต่อนึงค่า ไม่มีซื้อเพิ่มนะคะ



เดินออกมาชะแว้บ แป๊บๆ รอคนอื่นค่ะ เพราะลุงหยัดโดนสกัดดาวรุ่งตอนจะเดินออกมาจากกลุ่มคนจีนเพื่อมาเข้าแถวขึ้นกระเช้าค่ะแต่ไม่ทันคนจีน แล้วเราก็จัดการบอกให้ทุกคนขึ้นไปด้านบนสุดก่อน ตรงนี้เดี๋ยวค่อยลงมาก็ได้ ด้านบนอาจจะสวยกว่านี้เยอะ ประหลาดใจ






มาถึงจุดStop สุดท้ายแล้ว ต้องเดินตามรางไว้ขึ้นไปค่ะ 

ข้างนอกลมแรงและหนาวมาก อยากจะได้อะไรมาปิดจมูกปิดคอให้มิดๆเลยค่ะ ตอนนี้จมูกเย็นสุดขั้วเลย 

พ่อก่ะน้าอ้อม ต้องถอดถุงมือใช้ไอโฟนก่ะไอแพดถ่าย ลำบากจริงๆ ไม่งั้นสไลด์ไม่ได้ มือแทบแข็งเลยค่ะ




ถ้าสังเกตดูนะคะว่าพ่อใช้แว่นต่ออันเดิมตลอด แต่มันเปลี่ยนสี มันเป็นเลนส์ที่ปรับไปกับสภาพUV ยิ่งมากจะยิ่งดำ ที่นี่มองไม่เห็นพระอาทิตย์เลยนะคะ แต่แว่นตาพ่อดำมาก แสดงว่าค่า UV เยอะมาก SPF 50 PA+++ BANANA BOAT ของหนูเอาไม่อยู่ละค่าาาาา  พอลงมาจากเขาก็มะเมื่อมเลยค่ะ 


ซักพักไม่ไหวละค่ะ หนาวจับหัวจิตหัวใจเหลือเกิน นานกว่านี้คงไม่สบายไปเมืองต่อไปไม่ได้อีกเป็นแน่ 
มานั่งกระเช้าจะลงเขา เจอกลุ่มพี่คนไทยในกระเช้าค่ะ เค้ามากับทัวร์ เค้ายังบอกอีกว่าพวกเรานี่สุดยอดกันจริงๆนั่งรถจากไทยมา อิอิเท่
ถ้าเจอกันอีกทักทายกันได้นะคะ เอารูปพี่ลงแล้วค่าาา 


ไปเมืองเก่าต่อค่ะ แต่เข้าโรงแรมก่อนนะคะ เอาสัมภาระเก็บบ้างจะได้ไม่เป็นภาระคนแบก อิอิ
จากโรงแรมไปแชงกรีล่ากู่เฉิง(เมืองเก่าแชงกรีล่า) คนละ3หยวน บริการที่โรงแรมนะคะ นั่งไปซัก 10-20นาทีก็ถึงแล้ว 
อ้อ ค่าแท็กซี่มะคืนที่มาส่ง 30หยวนค่า เพิ่งนึกได้ อมยิ้ม16 

เมืองแชงกรีล่า คนจีนเรียกกันว่า เชียงเก๋อหลี่ลา ค่ะ แต่ก่อนใช้ชื่อ จงเตี้ยน แต่รัฐบาลจีนเปลี่ยนชื่อภายหลัง หลังจากที่ มีหนังสือเรื่อง Lost horizon จากผู้เขียนชาวอังกฤษ กล่าวถึงดินแดนลี้ลับ ที่สวยงามแต่ยังไม่มีคนรู้จัก แล้วพี่จีนก็เหมาว่าเป็นของเค้าเลยเปลี่ยนชื่อ จากจงเตี้ยน เป็นแชงกรีล่า เฉยเลย

ไปเที่ยวเมืองเก่ากันเลยค่ะ

ตรงนี้เป็นทางเข้าเมืองเก่าค่ะ


แชงกรีล่าเป็นเมืองเล็กๆ เงียบสงบ คนไม่พลุกพล่านและอาคารบ้านเรือนยังเก่าๆ อยู่ค่ะ ส่วนตัวชอบเมืองแชงกรีล่าค่ะ แต่ด้วยความหนาวขนาดนี้ให้มาอยู่ตลอดไปเหมือนชาวท้องถิ่น คงไม่ไหวค่ะไม่ชอบอากาศหยาวเลย 

หากใครเคยไปเนปาล จะรู้สึกว่าย่านนี้คล้ายๆก่ะย่านธาเมลในกาฐมัณฑุ นะคะ หวนนึกไปถึงเมื่อ 3ปีก่อน ที่แบ็คแพ็คไป ก่ะพ่อครั้งนึง ก่ะแม่และน้องชายอีกครั้งนึง ตอนนั้นเดินๆ ไปกาลังจะข้ามถนน ซักครู่ก็มีชายสองคนเดินสวนมาแล้วชนตัวเรา เราเอามือล้วงที่กระเป๋าของเสื้อฮู้ด กล้องเล็กหายไปแล้วค่ะ รีบตะโกนใหญ่เลย HELP HELP ชาวบ้านท้องถิ่นรีบกรูกันเข้ามาช่วยค่ะ ผู้ชายคนที่ขโมยกล้องโดนชาวบ้านต่อยไปทีนึง แต่สุดท้ายแล้วได้กล้องคืนค่ะ  

ถ้ากล้องโดนขโมยจะเสียใจมากๆเลย เพราะ วันนั้นก็เที่ยวมาได้ 10กว่าวันแล้ว ข้อมูล รูปถ่าย ความทรางจำของเราอยู่ในนั้น เริ่มจาก เดลี ไปสิ้นสุดที่ กาฐมัณฑุ ค่ะ  ไม่แน่ใจว่าถ้าจะลองมาเขียนรีวิวย้อนหลัง ข้อมูลจะพอมีประโยชน์บ้างรึเปล่าน้า



ตอนนี้ บ่ายสองกว่าๆ ทุกคนเริ่มหิวกันแล้วค่ะ  ตรงนี้เป็นจัตุรัสของเมืองเก่านะคะ ตอนกลางคืนจะมีชาวบ้านมาเต้นรำธิเบตกันค่า แต่ตอนนี้ขอหาอะไรทานก่อนนะคะ

มาเจอเชาข่าวอีกแล้ว อยากกินๆๆๆๆ 

มีโอกาสได้มาชิวเนื้อวัวมีขนแล้ว หรือ เนื้อจามรี น่ะค่ะ พ่อเรียกเนื้อจามจุรี ..... อมยิ้ม20 

รสชาติคล้ายๆเนื้อวัวปะคะ ไม่เหนียวมาก แต่ชอบเนื้อแพะมากกว่า นุ่ม อร่อย จุ๊บๆ
ฟาดกันไป เยอะหลายไม้เลยค่ะ สรุป ข้าวกลางวันก็เป็นแบบนี้ ฮ่าๆๆๆๆ


แพลนต่อไปของเราคือไปวัด ธิเบตน้อย หรือ วัดซงจ้านหลิน ค่ะ ของจริงคือพระราชวังโปตาลาที่ธิเบต 

วิธีไปคือ ขึ้นรถเมล์สาย 3  หนึ่งหยวนค่า ขึ้นที่ป้ายรถเมล์ ใกล้ๆกับประตูทางเข้ามะกี๊นะคะ นั่งรถสุดสายเลย รถก็จะไปจอดที่สถานีจอดรถบัส ให้มองหาอาคารที่จะเข้าไปซื้อตั๋วค่ะ เค้ามีรถบัสของเค้าอีกต่อ ไปส่งเราถึงที่วัดเพราะวัดอยู่บนเขานิดๆค่ะ 

ตอนแรกพวกเราก็ถามว่าขึ้นรถที่ไหนจะไปวัดซงจ้านหลิน ชายคนนึงที่ลงรถเมล์สาย3พร้อมกัน ก็ชี้ไปทางด้านหลังตึกที่ต้องไปซื้อตั๋ว แต่พวกเราไม่รู้เดินๆไปจะขึ้นรถบัส ทหารก็โบกมือเรียกให้ออกมา หน้าแตกเลยค่ะ เค้าให้เข้าไปซื้อตั๋วก่อนแล้วนั่งบัสคันนั้นแหล่ะขึ้นไป ประหลาดใจประหลาดใจ


ตึกที่ต้องไปซื้อตั๋วค่ะ ((มองดูด้านนอกไม่รู้ค่ะ ว่าต้องเข้าไปซื้อตั๋วข้างใน พวกเรามองหาอยู่ตั้งนาน วัดอยู่ไหน เพราะในข้อมูลที่เราเก็บมาเค้าบอกนั่งสุดสายเจอเลย =_=))



แผนที่ของวัดซงจ้านหลิน (Songzanlin)

นั่งรถบัสของวัดมาไม่ถึง10นาทีก็ถึงละค่ะ แต่มันอยู๋ไกลมาก ต้องเดินไปหน่อยค่ะ


สวยงามละก็ยิ่งใหญ่มากเลยค่ะ 




อมยิ้ม19


กลับลงมา นั่งรถสายเดิมค่ะกลับ แต่ขากลับเราแพลนกันว่า อยากลงตรงไหนก็ลงแล้วค่อยหารถเมล์ไปต่อละกัน ก็ไปลงที่ตลาดสดแห่งนึงค่ะ ซื้อขนม เสบียงกัง เอาไว้ไปทานเผื่อพรุ่งนี้เช้าค่ะ

ส่วนเย็นนี้เราจัดหนักกันค่ะ หนาวๆอย่างนี้ต้องHot Potเลย คนจีนเรียก ฮอทพอท ว่า "หั่วกัว" นะคะ อยากได้เนื้ออะไรก็บอกเค้าค่ะ มื้อนี้เราสั่งเป็นเห็ดกับไก่ แล้วนอกนั้นก็สั่งเพิ่มค่ะ พวกผัก เห็ด บะหมี่ ของอื่นๆค่ะ เหมือนหมูจุ่มบ้านเราแหล่ะอมยิ้ม17อมยิ้ม05


ชื่อร้าน Old House of Abu ค่ะ ใครไปเมืองเก่าแชงกรีล่า อย่าลืมแวะไปลองนะคะ อร่อยมากๆเป็นร้านเล็กๆค่ะ ราคาไม่แพง 


ไม่กี่นาทีผ่านไป 

ประสิทธิภาพการทำลายล้างสูงค่ะ .......คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เยี่ยม


ภาพด้านบน บางคนอาจจะรับไม่ได้นะคะ ทานอะไรกันอย่างนี้ ใช่มั้ยล่ะคะ ...ต้องรอดูมื้อต่อๆไปค่ะ  มื้อนี้ค่าเสียหาย 168หยวนค่ะ

หนังท้องตึงได้ที่แล้วมาเดินย่อยกันต่อค่ะ ทริปนี้ไม่มีคำว่าเพลีย หรือหมดแรง ทุกๆวันจะเป็น เช้า ยัน ดึก เช้า ยัน ดึก แบบนี้ไปทั้ง 11 วันเลยค่ะ 
คุ้มค่าจริงๆ 


ที่จัตุรัสเดิม ตอนกลางวันมีคนมาทำปิ้งย่างขายกันหลายๆเจ้าไงคะ ตอนกลางคืนกลายเป็น floor เต้นรำของชาวท้องถิ่นไปซะแล้ว ไม่รอช้า อชิก็ไปเต้นกับเค้าด้วยค่ะ แต่ ไม่ถึง5นาทีเค้าก็เลิกกันแล้ว เราอาจจะมาช้าไปนิดนึง

ขากลับ ก็เดินดูของไปเรื่อยๆค่ะ เดินให้ทั่วเลย จนมาเจอวัดนี้ค่ะ เห็นหลายๆรีวิวเค้าไปกัน 

วัด สังเกตง่ายๆ จะมีกงล้อสีทองใหญ่มากนะคะ วัดอยู่ใกล้กับเมืองเก่าเลยค่ะ ถ้าเดินทั่วเมืองเก่าแล้วไม่เห็น ต้องไปเช็คสายตาแล้วละค่ะ เพราะใหญ่มากจริงๆ ตอนกลางคืนสวยมากด้วย 

เลยแชะให้พ่อ ซักรูป

เดินเลี้ยวมาทางขวา เจอหน้าวัด อู้ววววว สวยจังเลย 

เดินขึ้นไปดูซักหน่อยสิ แต่ ลุงพลแกเดินไปก่อนใครเพื่อนเลย แกตั้งใจจะไปหมุนกงล้อ ตั้งแต่แกเห็นอะไรสีทองๆ ตอนอยู่ที่เมืองเก่าละค่ะ ลุงพลแข็งแรงมากๆ อายุ 60แล้ว แต่บ่ยั่นเลย ส่วนคนอื่นๆ นั่งรอด้านล่างวัดค่ะ อชิกับพ่อก็ขึ้นไปถ่ายรูปเล่นกัน



กลับโรงแรม นอนพักผ่อนเอาแรงค่ะ พรุ่งนี้ตะลุยเมืองมรดกโลกลี่เจียง ต้องออกเดินทางกันแต่เช้าเลย 
ต้องทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่ตลอดนะคะ สำหรับคนที่แบ็คแพ็คไปเมืองหนาว ไม่อย่างนั้นทั้งทริป คุณจะรู้สึกกร่อยแล้วไม่สนุกเลยล่ะค่ะ โชคดีนะคะ ว่าทุกโรงแรมที่จองตั้งแต่ ต้าหลี่ มาจนถึงแชงกรีล่า เค้ามีแผ่นรองไฟฟ้า รองที่เตียงนอนให้ค่ะ อย่าลืมเสียบปลั๊กแล้วดูสวิตซ์ด้วยนะคะ อ้อ ตอนนอนก็ไม่ต้องใส่อะไรเยอะก็ได้ค่ะ หมายถึง เสื้อกันหนาวหลายๆชั้น หรือ กางเกงหลายๆชั้นค่ะ ถึงแม้อากาศจะเป็น -1 หรือ 0 องศา อย่างที่แชงกรีล่านะคะ  เพราะเดี๋ยวความร้อนจากแผ่นทำความร้อนจะส่งมาไม่ถึงเรา  

....................................................................