Sunday, April 14, 2013

แบ็คแพ็คจีนใต้ ไปไกลถึงแชงกีล่า ตอน 4

วันนี้แผนการของเราคือ ตื่นเช้าขึ้นรถไปเมืองมรดกโลกลี่เจียง- เมืองเก่าซู่เหอ- ว่านกู่โหลว-เดินเล่นเมืองเก่าลี่เจียงตอนค่ำ 


ประเดิมอากาศบนรถบัสเช้าวันนี้ ตอน 8:20 น  คือ 2 องศาค่ะ วันนี้เหมือนเริ่มชิน ไม่ค่อยเท่าไหร่แล้ว ... บรื๋อออ เม่าหนาว

เมื่อวานเราซื้อตั๋วจะไปลี่เจียงแล้ว คนละ 66 หยวน บวกค่าทำรายการให้ อีกคนละ 5 หยวน ใช้เวลา 4ชม ก็ถึงสถานีรถบัสลี่เจียงแล้วค่ะ



บรรยากาศข้างทางระหว่างทางไปเมืองลี่เจียงค่ะ  มองดูไปก็เพลินๆดีนะคะ แต่อชิดูผ่านกล้องแหล่ะค่ะ เพราะหลับตลอดทาง แหะๆ คร่อกฟี้คร่อกฟี้อมยิ้ม16อมยิ้ม16

ไม่นาน รถก็มาถึงสถานีลี่เจียงแล้วล่ะค่ะ มาถึงตรงนี้ ยังตัดสินใจไม่ได้ค่ะว่าจะนอนไหน เพราะไม่ได้จองที่พักไว้ กะมาหาเอาข้างหน้าบ้าง 

วันนี้เป็นการเดินทางวันที่ 6แล้ว ตรงกับวันที่ 16 เมษายน 56 ค่ะ 

ตอนนี้กำลังสับสนว่าจะไปพักที่ ซู่เหอ หรือ เมืองเก่าลี่เจียงดี ตอนแรกในใจแพลนจะไปนอนที่ซู่เหอค่ะ แต่มาตัดสินใจ ตั้งฐานที่ลี่เจียงแล้วนั่งรถไปเที่ยวซู่เหอเอาดีกว่า

จัดการไปซื้อแผนที่ที่ร้านสะดวกซื้อในสถานีแล้วซักถามวิธีไปคร่าวๆพอเป็นพิธีก็ ออกเดินทางเลียบไปทางทิศที่จะไปลี่เจียง ไปหาข้าวเช้าอร่อยๆทานกัน หัวเราะ

เดินไปเจอร้านอาหารซัก 3-4ร้านค่ะ เปิดติดกันเลย สุ่มเอาร้านนี้ดู อาหารหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ 


วิธีสั่งอาหารของอชินะคะ เราจำไม่ได้หรอกค่ะ ว่าอาหารแต่ละอย่างชื่อว่าอะไร พวกผักก็ชี้ๆเลย ว่าอยากได้อะไรแล้วบอกว่า ฉ่าว(ผัด) 
บางมื้อ ขี้เกียจคิด บอกเค้าว่า อะไรที่เธอคิดว่าอร่อย เอามาเลยจานนึง นอกนั้นเราก็สั่งผัดผักของเราอะค่ะ 

ในรูปที่เห็นเป็นสีชมๆ นั่นผักขมค่ะ ตอนแรกเราบอกเค้าให้ใส่ไข่ด้วย เค้าบอกใส่ไข่ไม่อร่อย .............omg เงิบไปซักแปป ไม่อยากจะบอกเลยว่าแต่เล็กจนโตที่บ้านเค้าทำผัดผักขมใส่ไข่ให้กิน แล้วก็อร่อยมากๆเลยด้วย แต่จานนี้ก็อร่อยเหมือนกันค่ะ ส่วนสีขาวๆด้านหน้าเป็นต้นหอมผัดเต้าหู้ เต้าหู้เค้ามีกลิ่นรมควันด้วยค่ะ จานถัดไปที่เป็นหมูสับ ผัดใส่ขิงค่ะ อันนี้เหมือนจะสั่งตัวนี้นะคะ 鱼香肉丝 เดี๋ยวรอกูรูมาเปิดเผยความจริงว่าใช่รึเปล่า
ส่วนจานบนสุด สามชั้นรมควันผัดต้นหอม ของโปรดเลยค่ะ แล้วยังมีซุปหม้อยักษ์ตามมาด้วย ค่าเสียหาย 90 หยวนค่า

นอนก่อนนะคะ พรุ่งนี้มาต่อค่า คร่อกฟี้คร่อกฟี้ ฝันดีค่า


ขอบคุณทกท่านที่ติดตามนะคะ  เรื่องก็ไม่ค่อยจะประติดประต่อด้วย อภัยด้วยค่ะ อมยิ้ม07อมยิ้ม07

หลังจากทานอาหารเสร็จ เราทราบข้อมูลว่าจะไปเมืองเก่าลี่เจียงคือ สามารถไปได้โดย
1 แท็กซี่
2 รถเมล์
( ปกติ ทุกเมืองแหล่ะค่ะ สองทางนี้ ใช้ได้ทุกประเทศทั่วโลก แต่ถ้าที่ไหนมีรถเมล์ เราจะเลือกรถเมล์ค่ะ เพราะประหยัดมาก คนละหยวนเดียวเอง แต่ถ้าเมืองใหญ่อย่างคุนหมิง กวางเจา ปักกิ่ง 2หยวนค่ะ)

จัดการนั่งรถเมล์สาย 11 ไปลงที่เมืองเก่าเลย ถามคนข้างๆค่ะ ไม่เชิงถาม ทำทีบอกว่าเราจะไป ลี่เจียงกู่เฉิง (กู่เฉิงใช้ได้ตลอดทัังทริปค่ะ ที่บอกมันคือ Old townนั่นเอง) พอใกล้ถึงเค้าเห็นเราทำหน้ามึนๆทำไมไม่ลง เค้าจะสะกิดเราเองค่ะ เท่เท่


ฝั่งที่ลงรถเมล์ สังเกตุจะเป็นคล้ายๆร้านสะดวกซื้อเหมือนห้างเล็กๆ ขายเครื่องสำอางค่ะ มีตู้ไอติมวางอยู่หน้าร้าน  จะเป็นฝั่งตรงข้ามกับเมืองเก่าค่ะ  ตอนแรกบอกให้ทุกคนสั่งเกตกังหันน้ำค่ะ ถ้าเห็นแล้วตะโกนบอกกันบนรถเมล์ด้วยจะได้ลง แต่คนที่สะกิดเราบอกให้ลงแล้วเราก็เลยลงทั้งๆที่ไม่เห็นกังหันน้ำสัญลักษณ์เมืองเก่งลี่เจียง แต่ก็เชื่อใจคนท้องถื่นค่ะ 


ลงรถแล้วก็ข้ามไปฝั่งตรงข้ามเลยค่ะ ถ้าเห็นหินแกะสีส้มๆ ใหญ่ๆนี่ คุณมาถูกที่แล้ว อิอิ

หวังว่าอชิจะส่งพวกคุณถึงเมืองลี่เจียงแบบประหยัดได้นะคะ อมยิ้ม17อมยิ้ม17อมยิ้ม16


ปรากฏว่าด้านหลังของหินสีส้มยักษ์นี่ มันคือ ... มันคือ .... มานคืออออออ กังหันน้ำ อยู่นี่เอง
เจ้านี่บังไว้นั่นเอง

เมืองเก่าลี่เจียง สวยงาม สะอาดสะอ้าน ชอบจัง 


ถ้าไปมาทั้ง3 เมืองที่มีเมืองเก่า ต้าหลี่ แชงกรีล่า ลี่เจียง คุณๆจะเข้าใจ ว่าฟีลลิ่งในแต่ละเมืองที่ไปสัมผัสมันเป็นยังไง แล้วคุณจะแอบเก็บคำตอบเมืองที่คุณชอบไว้ในใจค่ะ 






ฝีมือการถ่ายรูป ยังเป็นมือสมัครเล่นอยู่นะคะ บางรูปมันก็ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ค่ะ ช่วยกันถ่ายสองคนพ่อลูก บางทีก็ผลัดๆให้คุณลุงคุณน้ามาช่วยถ่ายให้ด้วย ยิ้ม

ภาระกิจต่อไป คือหาที่พักค่ะ 

เดินมาข้างในเมืองเก่าแล้ว เอ แล้วที่พักจะมีอยู่ข้างในนี้มั้ยน้า อยากได้ที่พักข้างในเมืองเก่าจังเลยค่ะ จะได้เดินเที่ยวตอนกลางคืนได้ คงคึกคักน่าดู นี่ขนาดช่วงกลางวันคนยังเยอะขนาดนี้ กรุ๊ปทัวร์มาลงกันเยอะเหมือนกันค่ะ 

ก็สอบถามคนแถวนั้นไปเรื่อยๆ มาเจอตรอกเล็กๆ ตรอกนึงในเมืองเก่าค่ะ จะเห็นว่ามีโรงแรมจุดนี้เยอะเหมือนกัน เดินเข้าไปถามราคา+ดูห้อง ถูกใจก็ต่อราคาเลยค่ะ  
เดินเลือกอยู่นาน แพงๆทั้งนั้นเลย 200 -300 อัพทั้งนั้นเลย ก็เป็นเมืองเก่านี่นา แต่ดื้อ ไม่ยอมเลิกรานะคะ หากันต่อไปเจอที่นี่ 

เราเดินไปสำรวจด้านในก่อน ก็โอเคนะ พอใช้ได้ ราคาไม่น่าจะแพง เจ้าของไม่อยู่ด้วย ทุกคนเลยเปลี่ยนกันเข้าห้องน้ำสบายเลยค่ะ หลังจากภาพนี้ไม่กี่นาที กระเป๋าของพวกเราก็เต็มโซฟาเก่าๆของเจ้าของโรงแรม ฮ่าๆๆๆ

ระหว่างรอเจ้าของที่พักมา เรากับพ่อก็เดินออกไปหาต่อ จนสุดซอย ก็จะเป็นในเมืองค่ะ สอบถามราคาดูก็แพงอีกเหมือนกัน พ่อบอกกลับเหอะ ซักแป๊บกลับมาที่เดิม น้าอ้อมมาเรียกบอกว่าเจ้าของที่พักมาแล้ว กาลังพยายามคุยกัน เค้าบอกว่า มีห้องนี้ ห้องนี้ ราคา 100 120 120 หยวน เราตกลงทันทีเลยค่ะ บอกแกไปว่านอน 2 คืน ตามแพลนที่เขียนมา


จัดการเอาสัมภาระไว้ในห้อง ทำธุระส่วนตัว เสร็จแล้ว ต่อไปเราจะไปเมืองซู่เหอกันค่ะ 

อยากไปดูว่า ต่างจากลี่เจียงเมืองเก่ายังไง แต่มาลี่เจียงแล้วก็แวะๆมาหน่อยค่ะ ไม่ไกลกันมาก นั่งรถเมล์ไปได้

ตามแผนที่จะเห็นว่า ซู่เหอจะอยู่ทางเหนือของลี่เจียง 


มะกี๊เรานั่งรถเมล์เบอร์ 11 มา เพราะฉะนั้นมันต้องมาจากทางเหนือ ก็เลยนั่งเบอร์ 11 ไปเที่ยวซะเลย 
รถเมล์ของจีน บางคันก็จะมี 2ชั้น เราเลยเลือกขึ้นไปนั่งชั้นสองกันค่ะ จะได้ดูวิวข้างทางไปดูเลย ว้าวๆๆๆ ทัวร์ถูกๆ มันมีเรื่องน่าประทับใจหลายอย่างจริงๆเลยค่ะ


วิวจากบนรถเมล์ค่ะ เหมาที่นั่งหน้าสุด 6คนเลยยย เท่เท่


จะเห็นว่า ซุ่เหอ อยู่ซ้ายมือนะคะ จะสิ้นสุดทางแล้ว แล้วก็จะวนวงเวียน แต่.... รถเมล์ส่งถึง ตรงที่เค้าวนกลับมา 
ทำให้ต้องเดิน เข้าไปอีก 900 เมตร ร้องไห้ร้องไห้  

ตอนแรกสอบถามคนแถวนั้นก่อนขึ้นรถเมล์สาย11 ว่าไปถึงซู่เหอมั้ย เค้าบอกถึง แต่บอกไม่หมดนี่นาว่าต้องเดินไปอีก

มีอีกวิธีนึง นั่งรถเมล์สาย11 แล้วไปเปลี่ยนรถ ที่วงกลมให้ในรูปอะค่ะ ว่าจุดเปลี่ยนรถ ตรงนั้นจะเป็นรถตู้ไปถึงซุ่เหอะเลย น่าจะ 1.5-2 หยวน ไม่แน่ใจค่ะ


ถึงแล้วเมืองเก่าซู่เหอแล้วค่ะ 
เราเลือกนั่งรถม้าชมเมืองค่ะง่ายดี อยากจอดตรงไหนก็บอกคนขับม้าจอด ค่ารถม้าคนละ 20หยวนค่ะ



ลุงคนขับรถใจดีมากค่ะ พยายามอธิบายเรื่องราวให้เราฟัง ไอเราก็ความรู้อันน้อยนิด พอจับใจความได้บ้างไม่ได้บ้างค่ะ หัวเราะหัวเราะหัวเราะ




เดินเล่นกันซักพักก็กลับเมืองเก่าลี่เจียงแล้วค่ะ ไปขึ้นรถตู้เล็ก(คนจีนเรียกเปาเชอ)
 

เข้าเมืองรถตู้จอดเรียงกันเต็มเลยค่ะ คันแรกเต็มก็ออกเลย พอดีว่าพวกเรามี 6คนมันเต็มคันพอดี แล้วเราก็ต้องไปซื้อตั๋วรถไฟจะไปคุนหมิงด้วย เลยบอกเค้าว่าให้ไปส่งที่แหล่งซื้อตั๋วรถไฟหน่อย เค้าก็ใจดีไปส่งด้วยค่ะ แต่มันอยู่ใกล้ๆเมืองเก่าน่ะแหล่ะ เห่อๆ


ตอนซื้อตั๋วรถไฟนะคะ จำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตของผู้เดินทางทุกคนค่ะ  

หรือหากใครที่อยู่ที่จีน อยากจะไปจองตั๋วรถไฟให้คนที่ไทยที่กำลังจะไปเที่ยวจีนก่อนละก็ ให้คนนั้นส่งสำเนาพาสปอร์ตมาทางอีเมลแล้วปรินท์ออกมายื่นให้เค้าก็ได้เหมือนกันค่ะ 

ได้ตั๋วแล้วก็สบายใจแล้วค่ะ หัวเราะหัวเราะ

ไปเดินเที่ยวในเมืองเก่าลี่เจียงกันเลย แล้วจะแวะไปดูว่านกู่โหลวด้วยค่ะ (Wan Gu Lou จุดชมวิวหลังคาบ้านชาวลี่เจียง)

คนเยอะอีกเช่นเคยค่า



เหมือนเค้าจะปิดแล้วค่ะ เลยยืนถ่ายกันตรงนี้เลย ให้ลุงหยัดปีนขึ้นไปอยู่ที่สูงๆช่วยถ่ายให้ ขอบคุณค่าาา อมยิ้ม17อมยิ้ม04
จริงๆ เราตั้งใจจะแวะไปชมบ้านตระกูลมู่ก่อนค่ะ แต่บังเอิญว่าเค้าปิดตอน5 โมง ตอนนี้ หกโมงกว่าแล้วค่ะ อดเลย 
บ้านตระกูลมู่อยู่ในเมืองเก่าลี่เจียงนี่แหล่ะค่ะ สอบถามได้ที่ร้านค้าในเมืองเก่าได้เลย 

อยากรู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหนให้ถามว่า .....................+ จ้าย หนา หลี่ ?   ลองดูค่ะ  ให้เค้าชี้ๆ ให้ดูเดินๆไป ก็ถามไปเรื่อยๆก็ได้ สนุกดีค่ะ อมยิ้ม16อมยิ้ม16อมยิ้ม17อมยิ้ม36


ขาลงจากว่านกู่โหลว แวะทานข้าวร้านนึงค่ะ ดูน่าอร่อยและไม่แพงด้วย 
 ดูจากที่เค้าติดโพสอิท เยอะมากกกก
เป็นร้านเล็กๆ โต๊ะเก้าอี้มีไม่กี่ตัว เหลือบไปเห็นหน้าร้านมีอยู่ชุดนึง เราเลยรีบเข้าไปจองเลย น่ารักดีค่ะ 

มองเห็นหน้าร้าน มีต้นแบบนี้ 

เลยลองสั่งให้เค้าผัดมาให้ทานค่ะ เห็นอยู่หลายร้านในจีนเลยค่ะที่ปลูกเจ้านี่ไว้หน้าร้านแต่ไม่มีโอกาสได้ชิมซักที 

จัดมาแล้วค่ะ มื้อนี้ ทานไป 4 อย่าง เนื้อ1 ผัก 3 ค่าเสียหาย 67 หยวน หุหุ ถูกมากกกกกกกกกก

พวกเราได้ทิ้งหลักฐานถานะเป็นกลุ่มคนไทยแบคแพ็ค(เกรียน)กลุ่มนึง พ่อหยิบกระดาษสีขาวๆจากสมุดจดของแกออกมา แล้วหยิบให้ทุกคนเซ็น ใครแวะไปลองไปหาๆ ดูนะคะ อยู่ใกล้ๆ ประตูทางเข้าร้านน่ะล่ะค่ะ ถ้าเค้ายังเก็บไว้อยู่นะคะ ฮ่าๆๆๆ



เดินเล่นขากลับเข้าที่พักแล้วค่ะ เอารูปมาฝากนะคะ 


เดินมาเจอโซนอาหารค่ะ แต่ละซุ้ม น่าทานมาก อดที่จะถ่ายมาฝากคุณๆไม่ได้






น้ำมะพร้าว(กะทิ) คนจีนชอบเอามะพร้าวแก่มาคั้นน้ำอะ  ส่วนน้ำอ้อย หวาน อร่อยมากๆ ค่ะ

ซุ้มนี้เป็นพวกแมลงแปลกๆค่ะ

ทอดแล้วทานได้เลยค่ะ




ยิ่งดึก คนยิ่งเยอะค่ะ  ส่วนตัวแล้วดีใจที่เลือกพักที่เมืองเก่าลี่เจียงเพราะมันคึกคักแล้วก็คนพลุกพล่านดีเม่าออกรถ ส่วนใครที่ชอบความสงบเม่าอดีต ซู่เหอเหมาะกับคุณค่ะ