Thursday, January 30, 2014

สามพ่อลูกแบ็คแพ็คตะลุยMalaysia-Singapore ตอนที่ 1หาดใหญ่



หน้าตาสมาชิกทริปนี้ 
พ่ออายุ 50 ค่ะ แบกเป้ไหวอยู่ อิอิ เม่าดี๊ด๊า
ส่วนน้องชาย (น้องอาต) เพิ่งเรียนจบ ช่วงแรกๆ ก็ไปทริปกันบ่อยค่ะ หลังๆ มาตั้งแต่พาไปอินเดีย-เนปาล เวียดนาม เขมร แกขยาดค่ะ มาครั้งนี้ นึกว่าไปมาเล สิงคโปรจะได้สบาย กินอยู่หรูอย่างราชาหรือ ฮึ่มม James เจ้าเล่ห์  เอาจริงๆก็กินไม่อั้นเหมือนกันนะคะ เห็นมันก็กินตลอดเวลา 










เอารูปให้ดูพอเป็นกระษัยแล้ว เริ่มเรื่องจริงๆจังๆกันสักทีว่าเริ่มจากที่ไหน ยังไง


พวกเราออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ บินตรงไปหาดใหญ่เลยค่ะ หากเพื่อนๆอยู่ กรุงเทพก็ จากดอนเมือง - หาดใหญ่ โลดเลย สบายกระเป๋าดีค่ะ หรือ ใครจะบินตรงไปกัวลาลัมเปอร์ก็ได้ค่ะ ย้อนขึ้นไปเที่ยวปีนัง แล้วนั่งเรือจากปีนังไปมะละกา แบบนี้ก็ได้ 

ได้ตัวของแอร์เอเชียค่ะ เชียงใหม่ - หาดใหญ่ คนละ  2,600 ค่ะ ตอนแรก จะไปกันกับพ่อสองคน น้องชายมากลับลำเปลี่ยนใจจะไปด้วยทีหลัง คลิกไปซื้อตั๋วอีกทีได้ราคา 3,700 โอ้แม่เจ้า แต่เอามาถัวเฉลี่ยแล้วก็ยังโอเค ค่ะ 

มาถึงก็มองหารถสองแถวสีฟ้านะคะ จอดรออยู่ตรงข้ามกับสนามบินเลย เดินออกมาจากประตูทางออกแล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ ค่ะ ค่าโดยสาร 30 บาท ไปลงตลาดกิมหยง


พอถึง ตลาดกิมหยง ก็มองหาบริษัทรถตู้ที่เราจะใช้บริการเพื่อนั่งไปปีนังค่ะ ต้องไปเอาตั๋วก่อน  รถไปปีนังมี 3 เที่ยวค่ะ ของบริษัทนี้ มี เช้า 9 โมง บ่ายโมง และบ่ายสาม เราเลือกไปบ่ายสามเพราะจะไปเที่ยวเขาคอหงส์กันก่อน รถตู้ที่จะไปปีนังมารับที่หน้าเอเจนซี่ขายตั๋วรถเลยค่ะ บริษัทนี้อยู่ในบล็อคเดียวกับโรบินสันเลย มีเบอร์โทรด้วยค่ะ 081-6907253 เผื่อใครสนใจ ไม่ได้ค่าโฆษณานะคะ ชื่อบริษัทยังจำไม่ได้เลยค่ะ ไปเจอในอินเตอร์เน็ตพอดี 

พาไปเที่ยวเขาคอหงส์กันเลย

ขึ้นรถฝั่งตรงข้ามตลาดกิมหยงนะคะ ให้ขึ้นรถที่เขียนว่าสวนสาธารณะค่ะ ไปกลับคนละ 10 บาท ถูกมากๆ ค่ะ 

นั่งรถมาลงตรงนี้เลยค่ะ

มองหาจุดขึ้นรถราง ซื้อตั๋วก่อนนะคะ คนละ 20 บาทมั้งถ้าจำไม่ผิด 

ด้านบนก็สามารถมองเห็นวิวได้แบบนี้เลยค่ะ

พระพุทธรูปปางห้ามญาติองค์ใหญ่ ชื่อว่า พระพุทธมงคลมหาราช ถูกพระราชทานโดยในหลวงของเรานั่นเองและสมเด็จพระญารสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังคปรินายก เสด็จเป็นองค์ประธาน พิธีเททองพระหัตถ์ วันนั้นฟ้ามืดครึ้มมากค่ะ ฝนปอยๆ  ตอนลงมาจากเขา


หรือใครอยากจะลองนั่งกระเช้า ข้ามไปเขาอีกลูกเพื่อดูวิวหาดใหญ่ก็ได้เหมือนกันค่ะ เหมือนจะมีแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยรึเปล่าที่มีการสร้างกระเช้าแบบนี้ ใครทราบช่วยบอกทีค่ะ


พอลงมาจากเขา ก็มาแวะ ICE DOME เข้าไปกับน้องชายสองคนกันค่ะ เพราะพ่อเคยมาแล้ว ด้านในหนาวมาก อุณหภูมิ -15 องศา แน่ะ 
พวกเราเอากล้องเล็กเข้าไปถ่ายกันค่ะ 





ด้านในพอเค้ามีเสื้อกันหนาวและถุงมือให้ค่ะ ส่วนรองเท้าไม่มีให้บริการ เห็นเด็กบางคนยังใส่รองเท้าแตะเข้าไปอยู่เลย พวกเราอยู่กันได้ไม่นานค่ะ น้องชายหนาว ทนไม่ไหว สัก สิบยี่สิบนาทีก็ออกมากันแล้ว 

พวกเราไปรอขึ้นรถที่เดิมที่ลงรถมาค่ะ หน้าป้ายสวนสาธารณะหาดใหญ่หารถไปตลาดกิมหยง เดินกันอยู่สักพักก็เดินไปที่บริษัทรถที่จะส่งพวกเราไปปีนัง

รถวิ่งจากหาดใหญ่ไปปีนัง แค่ 4 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ขาออกประเทศ รถตู้จะจอดให้เราลงไปเอาพาสปอร์ตไปสแตมป์ครั้งแรกก่อนออกไทย  ไม่ต้องเอาสัมภาระลงค่ะ คนขับมีมุขมาหลอกฝรั่งด้วย  ก่อนที่จะเปิดประตูรถให้ นักท่องเที่ยวลงไปสแตมป์ออก แกพูดเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงใต้ว่า Over time, money money 10 baht !! พร้อมกับแบมือขอเงิน Facepalm น่าอายจริงๆ ฝรั่งบางคนยังเถียงเลย ว่า โอเวอร์ไทม์อะไร ไม่จ่าย ฮ่า ๆ

พอแสตมป์เสร็จก็ขึ้นรถคันเดิม นั่งไม่ถึงหนึ่งนาทีก็เข้าประเทศเขตประเทศมาเลยเซียแล้วววว ตอนนี้เอาสัมภาระไปสแกนด้วยค่ะ กลับมาขึ้นรถคนเดิม

รถจะไปลงที่ถนน Chulia ค่ะ หรือ เรียกว่า Lehbu Chulia ค่ะ โชคดีมาก ที่เป็นถนนเส้นเดียวกันกับโรงแรมที่เราจองไว้ เดินไปไม่ไกลก็ถึงค่ะ ข้างๆมีร้านสะดวกซื้อเล็กๆ มีเซเว่นด้วย และย่านนั้น ขอบอกว่า ของกินยาวดึกเพรียบบบ ณ เวลานั้นก็ทุ่มกว่าแล้ว เชคอินเข้าโรงแรมเสร็จ รีบออกมาหาอะไรทานเลยค่ะ

ทุกร้านย่านนี้ เขียนเมนูเป็นภาษาจีนหมดค่ะ เลยต้องรื้อฟื้นภาษาจีนกันสักหน่อยแล้ว 


ข้างๆร้านอาเจกเมื่อกี๊เดินไปนิดหน่อยก็ไปเจอกับร้านรถเข็นนี่เข้า 


เรียกว่า Lok Lok ค่ะ ตอนแรกก็งง ทานยังไงกัน โต๊ะก็ไม่เห็นมี ก็ยืนมองๆ ลูกค้าคนอื่นอยู่สักพัก พอจับใจความจากสถานการณ์ได้ว่า 
ให้เราไปขอจานเขามาเป็นของตัวเองคนละใบ แล้วอยากทานอะไร ก็เอามาดิพในน้ำเดือดโลดค่ะ ส่วนหม้อสีแดงๆ น้ำจิ้มค่ะ ชอบรถไหนตักราดได้เลย ลองดู ๆๆ

ตอนจ่ายเงิน เก็บไม้ไว้นะคะ เพราะตรงด้ามไม้ เห็นไหมคะ เค้าทาสีให้แตกต่างกัน ผักก็จะคนละราคากับเนื้อ อิอิ


สำหรับเมนู ลวก ลวก เอ้ย ลก ลก จ่ายค่าเสียหายไป 9.7 ริงกิต  (x10= 97 บาท ) ค่ะ

อ่อ ที่นี่มีสเต๊ะด้วย อยากทานมากก็ไปรอคิว กำลังนึกในใจว่าจะสั่งว่าอะไรน้าา หรือจะเอานิ้วจิ้มแล้วสั่งไปเลย เอานี่ 20 ไม้ไรงี้ ขณะที่คิดๆ อยู่ก็เหลือบไปเจอป้ายร้านเขียนว่า SATAY ซาเต ซาเต หา สะเต๊ะ ... อ่อ อ่อ อืม ๆ สะเต๊ะ ทะเวนธี่ ฮี่ฮี่ 

ร้านอื่นๆ ก็มี ชื่ออาหาร ที่เราพอจะเดาออกได้นะคะ ลองไปดูกัน 

Cha Koay Teow ก็ เหมือนผัดไทบ้านเราเลยค่ะ เขาบอกว่าเป็นเมนูแนะนำของที่นี่ 

ส่วน Mee = หมี่ หรือ บะหมี่ นั่นเอง ยิ้ม 

พอทานอาหารกันเสร็จ ก็อยากกลับห้องพักผ่อนกันละค่ะ พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าไป Penang Hill 

ห้องพักที่จองไว้ เป็นห้อง 3 เตียง แชร์ห้องน้ำ ห้องนอนและห้องน้ำสะอาดใช้ได้ค่ะ ห้องน้ำมีอยู่ประมาณ 5-6 ห้อง ไม่ต้องห่วงเรื่องแย่งกันเข้าเลยทีเดียว 


อันนี้เป็นวิวจากหน้าต่างห้อง บังเอิญได้ห้องที่ติดถนน รถวิ่งทั้งคืนเลยค่ะ เหมือน Chulia street ตรงนี้จะเป็นถนนสายใหญ่สายหนึ่ง เพราะมีรถเมล์วิ่งผ่านด้วย ส่วนพรุ่งนี้ไป Penang Hill โดยรถเมล์ยังไง เก็บข้อมูลจากสาวเซเว่นมาเรียบร้อยแล้วค่ะ