Thursday, January 30, 2014

สามพ่อลูกแบ็คแพ็คตะลุยMalaysia-Singapore ตอนที่ 2 ปีนัง




วันที่ 2 
เป็นเช้าที่เงียบสงบดีนะคะ ทั้งๆที่เมื่อคืน ดูเอิกเกริกดี บรรยากาศก็ต่างกันไปอีกแบบ 
ไปหาร้านอาหารอร่อยๆ ทานกันค่ะ ก็ไปเจอร้านอาหารจีนอยู่ร้านหนึ่ง (ร้านอื่นยังไม่เปิดกันเลย เชื่อค่ะ คนจีน อยู่ที่ใหนในโลกก็เป็นชาติที่ขยันกว่าใครเขามาก) 



ก็ลองไปชี้ๆ ลองสั่งมาทานกันค่ะ เลือกทาน สองสามอย่าง กาแฟอีกสองแก้ว ค่าเสียหาย 38 ริงกิต (380 บาท)

แพลนวันนี้เราจะไป ปีนังฮิลล์ กันค่ะ 
จากข้อมูลที่หามาได้จากผู้ใจดีทั้งไทยและเทศ ตามกระทู้และเว็บต่างๆ บอกไว้ว่า เมืองปีนังเนี่ย เค้ามีรถเมล์ฟรีด้วย เรียกว่า CAT Free Shuttle bus จะจอดที่ป้ายอยู่ด้วยกัน 19 จุด ต้องมองหาสัญลักษณ์ป้ายด้วยค่ะ 


แต่ป้ายที่ขึ้นรถไปปีนังฮิลล์ ไม่ได้อยู่บนถนน Chulia นะคะ ต้องเดินไปอีกป้ายนึงผ่าน Reggae Mansion ผ่าน YENG KENG HOTEL ไปทางทิศนั้นค่ะ เดินสุดถนน แล้วเลี้ยวซ้าย แถวนั้นมีร้านแลกเงินเพรียบค่ะ เลือกดูหน่อยนะคะ เข้าไปร้านที่จดทะเบียนมาอย่างถูกต้อง Licensed Money Exchange อะไรอย่างนี้ที่เป็นทางการ จะได้เรตดีกว่าค่ะ เพราะอชิแลกสองร้านในวันเดียวกัน ได้เรตต่างกันค่ะ 

ตอนเช้า ร้านรวงจะเปิดกันสายมาก แต่จำเป็นต้องแลกเงินค่ะ เพราะเราแลกที่ไทยมานิดหน่อย พอเอาไว้ทานอาหารมื้อนึง แล้วถือ ดอลล่ามาค่ะ ก็เดินไปแลกที่ร้านที่เป็นเหมือนเอเจนซี่ขายทัวร์ ได้เรตต่ำกว่าไปแลกตอนบ่ายที่ร้านที่ดูดี เป็นทางการอะค่ะ


วิธีไปPenang Hill นะคะ ขึ้นรถเมล์สาย 204 คนละ 20 บาท เท่านั้น นั่งยาวสุดสายไปถึงปีนังฮิลล์กันเล้ย

ค่าตั๋วคนละ 300 บาท เลยอ่าา James เสียใจ ลองขึ้นไปดูสักหน่อยละกัน เดี๋ยวเขาว่ามาไม่ถึงปีนัง


ขึ้นรถรางทั้งไปและกลับ ให้เก็บตั๋วไว้ให้ดีดีนะคะ รถรางซิ่งมาก แต่ไม่น่ากลัวค่ะ ชอบๆ 


ขึ้นไปถึงบนเขา ก็เห็นเขากำลังโชว์งูกันค่ะ สงสัยเพราะเป็นวันสิ้นปี เลยมีกิจกรรมกัน 


กลับลงมาจากเขา ก็จับรถเบอร์ 204 เหมือนเดิมเข้าเมืองค่ะ ตอนขึ้นรถก็ไปเจอเด็กน้อยมากับตา ซึ่งเป็นคนมาเลเซียแท้แบบออริจินัลเลยค่ะ
มาที่นี่นะคะ เราจะหลงคิดว่าอยู่จีนแผ่นดินใหญ่ไปชั่ววูบค่ะ เพราะ เอพวรี่แวร์ มีแต่คนจีน ภาษาจีนค่ะ 

เราพยายามคุยก่ะคุณลุงเป็นภาษาอังกฤษ แกก็พยายามสื่อสารกับเรา น่ารักมากค่ะ พวกเราต้องการจะไปตึกคอมต้าค่ะ เป็นตึกที่สูงที่สุดในเมืองปีนัง ลุงแกก็บอกว่า แกจะลงที่เดียวกัน เดี๋ยวรอลงพร้อมกัน แน่ะ น่ารักจริงๆ


พอลงสถานีปุ๊บ ก็ไปเจอกับร้านข้าวมันไก่ร้านหนึ่ง พ่อบอกเป็นข้าวมันไก่ไหหลำ ไอเราก็งง พ่อรู้ได้ไง มองดูให้ชัดๆ ... อ้าว

คนขายเรียกเราเข้าไปทานเป็นภาษาไทย ... เอิ่ม ก็ทานดูค่ะ  สั่งเขาบอกเอาจานเล็ก แต่คนที่นี่มักเป็นแบบนี้ค่ะ มากี่คน เค้าก็จะถามว่า 3 คนทานใช้มั้ย แบบว่า กลัวเราไม่อิ่ม =_= 
มื้อนี้ ค่าเสียหาย 380 บาท ชานมสองแก้ว 50 บาท เกาเหลาลูกชิ้นปลา 60 บาทค่ะ 

ทานอาหารกันอิ่มแล้ว ตามแพลนของเราคือ จะไปชมวิวบนตึกคอมต้าค่ะ ก็พยายามหาทางขึ้น แล้วก็มาเจอกับจุดให้ข้อมูล

เศร้าเลยค่ะ เม่าในกองไฟ


จากนั้น เราเลยต้องข้ามไปโปรแกรมอื่น 

ขึ้นรถเมล์ที่เดิมหน้าตึกคอมต้า นั่งเบอร์ 103 ไป Fort Cornwallis ลงที่ Station 8  ค่ะ  สามคน จ่ายไป 5 ริงกิตค่ะ จริงๆ แค่คนละ 1.4 เอง แต่เค้าจะไม่ทอนเราค่ะ เดินขึ้นไป หยอดเงินในกล่อง ไม่มีการทอนเงิน ให้เตรียมเงินให้พอดี น่าจะดีกว่าค่ะ แลกตามร้านโชว์ห่วยเล็กๆก็ได้ คนที่นี่ใจดี เป็นกันเองสุดๆเลยค่ะ 


พอลงสเตชั่น นัมเบอร์ 8 แล้ว จะยังไม่เจอป้อม นะคะ ต้องเดินเลียบทะเลค่ะ ให้มองหาทะเลนะคะ แล้วเดินเลียบไปเลย 






Town Hall และ City Hall ก็อยู่ข้างๆกันเลยค่ะ 


จัดท่าโดดงามๆ สักท่า หน้า Town Hall ค่ะ พาพันดี๊ด๊า


เวลานี้เกือบเย็นแล้วค่ะ แถวนี้เค้ากำลังจะจัดคอนเสิร์ต Count down กันด้วย แต่ เรามีแพลนจะไปแหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดในปีนังค่ะ 
ชื่อว่า Gurney Drive ค่ะ 
ระหว่างรอรถเมล์ ก็เหลือบไปเห็น
 เม่าแพนิค
ถึงแล้วค่ะ Gurney Drive นั่ง รถเมล์สาย 103 แล้วถามคนบนรถเอาค่ะ ให้เค้าสะกิดเราลง 


พวกเราทานแบบเก้าอี้ดนตรีกันค่ะ ย้ายร้านกินไปเรื่อยๆ 


ทะเลทอดจานนี้ มีกุ้ง ปู ละก็ลูกชิ้น ราดน้ำจิ้มแบบมาเล้ มาเล จานนี้ 400 บาทค่ะ 

ขากลับ รอรถเมล์นานมากค่ะ เพราะทานกันเลิกดึกไปหน่อย ส่วนวันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน ไม่ได้ไปเค้าดาวน์ปาตี้ริมหาดกับเค้าหรอกค่ะ น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน 


พอกลับโรงแรมไปนอน สักเที่ยงคืน เสียงพลุก็ดังสนั่น แล้วก็มีเสียงแตร เสียงรถ เสียงคนโหวกเหวก ดังมากค่ะ พอเปิดหน้าต่างดู ก็เห็นว่ารถติดกันยาวเปนพืดเลย


ไม่รู้ว่าเค้าเดินไปไหนกัน ก็ลืมถาม รีเซฟชั่น  ก็รีบกลับไปข่มตาให้มันหลับ เพราะพรุ่งนี้จะมีรถมารับไปส่งที่สถานีรถบัส เพื่อไปกัวลาลัมเปอร์แต่เช้าค่ะ