Tuesday, April 15, 2014

แบ็คแพ็คพม่า 6 วัน Part 5 อินทร์แขวน

---------------------------------------------------------------------------

อินทร์แขวน ( ไจ๊ทิโย) @ไจ๊โท

---------------------------------------------------------------------------

15 เมษา 57 

จากที่เมื่อคืนเอาแต่คิดว่า เหลือเวลาเที่ยวอีกแค่วันเดียว แต่ ต้องไป ชเวดากองและพระธาตุอินทร์แขวนให้ได้ ก็ไฮไลค์มันอยู่ตรงนี้นี่นา เดี๋ยวคนเค้าจะหาว่าเราไปยังไม่ถึงพม่าแน่ะ ! 

ก็มาลุ้นกันเอาตอนลงเครื่อง  

ลงเครื่อง 9 โมงกว่า 
แก้ไขนิดนึงค่ะ นั่ง Asian Wings ค่ะ ไม่ได้นั่ง Air Bagan ขอโทษค่า 
เครื่องบินภายในประเทศแต่ละลำจะเป็นลำเล็ก รุ่นใบพัด เวลาขึ้นไป จะเลือกนั่งตรงไหนก็ได้ค่ะ  


ลงเครื่องมาปุ๊บ ก็จะมีแม่เหล็กดึงดูดพี่ๆแท็กซี่ตามเคยค่ะ 

เราก็เปิดประเด็นแบบลุ้นๆ ถามไปว่า " พี่ ไป Kyaitiyo ( พระธาตุอินทร์แขวน) go and back in one day, how much!??" 

ลุ้น กลัวเค้าบอกว่า impossible TT 

หันไปปรึกษากันงุ้งงิ้งๆ แล้วตอบมาว่า 140,000 จั๊ต ,,,,, เม่าเริงร่าเม่าเริงร่าเม่าเริงร่า

เราหันไปหาพ่อด้วยความดีใจ บอกว่า เค้าไปอินทร์แขวนๆๆๆๆ 

ต่อรองเหลือ 110,000 หรือประมาณ 36xx บาทต่อคัน ( 3 คนต่อ 1 คัน)  ถ้าไปช่วงปกติ น่าจะไม่ถึงราคาแสนนะคะ ลองถามๆดู ช่วงนี้ยังช่วงเทศกาล วันสุดท้ายพอดีค่ะ 

รถที่ได้ก็เป็นแจส คันนึง อีกคันเป็นเก๋ง จริงๆคงใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง กว่าๆ ได้ แต่พวกเราขับไป ราวๆ 4-5 ชั่วโมง  เนื่องจากรถติดสงกรานต์ค่ะ แบบถนน 4 เลน รถเต็มพืดดดด ไม่ขยับเขยื้อนอยู่สักชั่วโมงกว่าๆๆ ลุ้นกันสุดๆ 

พอไปถึง รถก็จะไปจดที่จุดเปลี่ยนรถ พวกเราต้องนั่งรถ 10 แถว (ขอเรียก รถสิบแถวละกัน เพราะพี่ท่านเอาม้านั่งยาว เกือบๆ สิบแถวมาวางเรียงกันไว้หลังรถ 6 ล้อ ทุกคนต้องเปลี่ยนรถที่นี่ค่ะ คนละ 2500 จั๊ต ใช้เวลานั่งขึ้นอินทร์แขวนสัก 20-30 นาทีได้ รถเป็นแบบ open air ค่ะ เส้นทางนี่โค้งซ้ายโค้งขวา ทางชัน ทางลาด เหมือนอยู่ดรีมเวิลเลยค่ะ มันส์มาก อิอิ


ถ่ายรูปจำป้ายทะเบียนรถเอาไว้ค่ะ เดี๋ยวจะได้กลับมาหารถได้ถูก แต่เอาจริงๆ คนขับรถเค้าก็จะทำหน้าที่ได้ดีมากค่ะ ตามหาเราเอง อิอิ


คันไหนเต็มออกก่อนเลยค่ะ 

เนื่องจากคนเล่นสาดน้ำกันมากๆ พวกเรากลัว เสื้อผ้าเปียก ผมเปียก แว่นตาเปียก และที่สำคัญ กล้อง มือถือ ไอแพด ไอโฟนค่ะ เลยต้องเป็นเทเลทับบี้กันแบบนี้ 
นั่งแถวหลังสุดเลย เวลารถเหวี่ยงเข้าโค้งนี่มันส์มาก อมยิ้ม15

พอมาถึง ก็จะได้เดินขึ้นไปชมพระธาตุค่ะ ระหว่างทาง ก็จะมีเจ้าหน้าที่ดักนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่คนพม่า ให้เข้าไปจ่ายค่า Entrance Fee ค่ะ คนละ 6000 จั๊ต แล้วก็จะได้ป้ายมาคล้องคอค่ะ ส่วนป้าสายของเรา เดินดุ่มๆๆ คนเดียว กลืนไปกับชาวพม่าแล้ว ไปเจอกันที่ด้านบนพระธาตุแกไม่ทราบค่ะว่าต้องจ่าย แกก็เดินๆๆๆ ของแกผ่านมาเลย ฮ่า ๆๆๆๆ 

อีกวิธีหนึ่ง สำหรับคนขี้เกียจเดิน หรือ มีปัญหาเรื่องหัวเข่า ก็จะมีเสลี่ยงให้นั่ง มีคนหาม 4 คน หน้าสองหลังสอง ลำละ 12,000 คุณป้าไฮโซของเราจัดเลยค่ะ แต่.... คือมันใกล้นิดเดียว เดินยังไม่รู้สึกเหนื่อยเลยค่ะ แต่มันก็คงชันนิดหน่อย สำหรับคนไม่ค่อยออกกำลังกายอาจจะมีหอบนิดหนึ่ง 

เดินมาสักพัก ก็จะเจอห้องห้องหนึ่งอยู่ทางซ้ายมือ มีรูปปั้นให้สักการะ  ท่านคือ พระนางชเวนันจิน 

กิตติศัพท์ของท่านคือ หากใครที่ปวด หรือ มีอาการเจ็บตรงจุดใหนในร่างก็ ก็ให้อธิษฐานขอพรให้หายแล้วให้ไปแตะๆ บีบๆ ที่เดียวกับที่เราเจ็บ ที่พระน่งชเวนันจิน แล้วจะหายเจ็บหายปวด เป็นความเชื่อของชาวพม่าค่ะ
.... จัดเหมือนกันค่ะ ชอบปวดเอว และ เวลาวิ่ง จะเจ็บหัวเข่า ก็เข้าทางเลยค่ะ ><

เดินกันต่อไป ก็จะเจอพ่อค้าแม่ค้ามาขายของตามข้างทาง ขางทางวิวสวยมากเลยค่ะ อากาศดี คนเดินขึ้นไปสักการะพระธาตุแน่นขนัดมาก ส่วนใหญ่จะตั้งใจขึ้นไปนอนที่นั่นค่ะ อาจจะมีสวดมนต์ ปฏิบัติธรรมบ้าง ระหว่างทางจะเจอเกสเฮาส์ด้วยค่ะ บรรยากาศดีมาก อยู่บนเขาแบบนี้ กรุ๊ปทัวร์คนไทยมักจะพามาพักที่นี่ค่ะ แล้วตอนเช้าจะได้เห็นแสงแรกต้องกับพระธาตุ คงสวยงามมากๆ แต่มนุษย์พ่อค้า ที่ยังมีห่วงคือร้านและรีสอร์ทของเรา ยังไงก็ชิลมากไม่ได้ ฮิฮิฮิ 


ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นพระธาตุค่ะ กำลังจะเปิดกล้อง กล้องพัง เปิดไม่ได้ น้ำก็ไม่ได้เข้านะคะ เป็นอะไรที่เซงจุงเบยย ต้องใช้ถ่ายพระธาตุอินทร์แขวนและชเวดากองด้วยน้าาาาาาาาาาาาาา

อ่อ ชเวดากอง เราตกลงกับคนขับว่า ถ้าขากลับกลับทัน ก็ให้แวะชเวดากองด้วย (ปิด 4 ทุ่ม) คนขับทั้งสองคนใจดีมาค่ะ (เหมือน นานๆ จะมาอินทร์แขวนที ขับพาหลงครั้งนึงขามา)  แต่ดูแล้ว คงกลับไปไม่ทัน น่าจะต้องเป็นวันพรุ่งนี้ ก่อนขึ้นเครื่อง ..................... ลุ้น ระทึกต่อสุดท้าย 

ไฮไลค์ของทริป มันมักจะมีลุ้นตลอด ฮ่า ๆๆๆๆๆ

เมื่อกล้องใหญ่เสีย เรายังมีก๊อกสอง กล้องเล็กโอลิมปัสที่คุณภาพสู้แคนนอนตัวนั้นไม่ได้เลย มีดีอยู่ที่ wide lens ค่ะ เลนส์กว้างมากกกก selfie สบายๆ อิอิ


มองเห็นไกลๆ แล้วค่ะ พระธาตุอินทร์แขวนของจริง 
ปล. จากนี้ไป ภาพอาจจะสีตุ่นๆ ทึมๆ ดำๆ เหมือนสถาวะจิตใจเจ้าของกล้องที่กล้องมาพังเอาตอนจะถึงพระธาตุนะคะ ยิ่งถ่ายไม่เก่งอยู่แล้ว ขอประทานอภัยค่ะ ร้องไห้ร้องไห้ร้องไห้


บริเวณลานพระธาตุ ก็จะมีพุทธศาสนิกชน ชาวพม่า มาจัดที่นงที่นอนเตรียมสำหรับคืนนี้ค่ะ  บรรยากาศดีไม่น้อยเลยนะคะ




สักใบ สำหรับ เจดีย์ไจ๊ทิโย ( ภาษาพม่า แปลว่า หินรูปหัวฤาษี) 


ขากลับลงมาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงได้ค่ะ รถเวลาสวนกันต้องชะลอๆ มากๆ เพราะทางแคบมาก 


กลับมาถึงที่พัก ดึกและเพลียสุดๆ ค่ะ พี่คนขับรถมีการขับรถหลงทางอีกรอบ ออกไปไกลเลย ทั้งๆที่เราแย้งแล้ว บอกว่า มันต้องไปอีกทางไม่ใช่เหรอ เพราะนั่งหน้า จำทางได้ค่ะ เอาจริงๆ ขับไปหลายสิบกิโล เค้าก็วกกลับ เพราะเขาขับตามอีกคัน YY หนูบอกแว้ววววไง

เข้าที่พัก แล้วออกไปหาไรกินมื้อดึกเหมือนเดิม ตอนนั้น 4-5 ทุ่มแล้วเห็นจะได้ สรุปเจดีย์ ชเวดากอง ยังไม่ได้ดูนะคะ
ลุ้นกันต่อพรุ่งนี้ละกัน 

รูปที่พัก Agga Youth Hotel ซึ่งเป็นเครือเดียวกันกับ คืนแรกที่เรานอน คือ Agga Guesthouse ต่างกันยังไง ??!!
ที่นี่จะดูดีกว่าค่ะ มีลิฟท์ เป็นห้องส่วนตัวมีห้องน้ำในตัว และแพงกว่าค่ะ  ส่วนห้องที่เป็นดอม ห้องน้ำรวม ราคาถูกต้อง  Agga Guesthouse  ค่ะ โอเคใช้ได้สำหรับแวะแค่แปปๆ 

ถามว่าเอารูปที่นอนมาถ่ายให้ดู ถามว่าอายมั้ย ... จะกี่รีวิวก็จะเห็นที่นอนแบบนี้ค่ะ ชอบลืมถ่ายตอนเข้าไปครั้งแรก พ่อจะถ่ายตอนที่ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เราจะจากห้องนี้ไปแล้วน้า ก็จะถ่ายไว้เป็นที่ระทึกค่ะ อีกอย่าง ก็จะได้เอามารีวิวเพื่อนๆงาย ว่าห้องที่นอนเป็นไงมั่ง เอาเป็นว่า ใช้ได้ทุกที่ที่จองมาเลยค่ะ ตลอดทริปนี้ 

แต่พรุ่งนี้กลับไทยแล้วน้าา เครื่องออก 8 โมงเช้าเลย เม่าตกใจเม่าตกใจเม่าตกใจ
จะทันไปดูเจดีย์ชเวดากองหรือป่าวเนี่ยยยยยย 

คลิปเจดีย์ไจ๊ทิโย




16 เมษายน 2557

วันนี้ขึ้นเครื่องกลับไทย 8 โมงเช้า แต่ทว่า เจดีย์ชเวดากองยังบ่ได้เบิ่งเล้ย ลุ้นตื่นเช้ากัน 

วันนี้เช็คเอาท์ออกจากโรงแรม นัดหมายกับแท็กซี่ไว้ตั้งแต่เมื่อวานพร้อมจ่ายเงินก่อน ขอแท็กซี่ไปส่งไปชเวดากอง(ผ่านอยู่แล้วถ้าจะไปสนามบิน) แล้วไปส่งสนามบิน ราคาเหมา1 คัน 12,000 จั๊ตค่ะ 

Shwedagon เปิด 04:00- 22:00 น. ค่ะ แล้วพวกเราก็ไปถึงชเวดากองแบบเช้ามืดดดดดดดด 

รถไปจอดยังลานจอดรถ ประตูทางเข้า มี 4 ประตู 4 ทิศ จำไม่ได้ว่า ขึ้นประตูไหนค่ะ เดินเข้าไปแล้วต้องไปขี้นลิฟท์ หรือหากใครมีเวลาเยอะๆไม่รีบ สามารถเดินขึ้นทางบันได พร้อมกับดูจิตรกรรม ฝาหนังบ้าง เพดานบ้างไปด้วยก็ดีค่ะ ที่แน่ๆ อย่าลืมว่าเราจอดรถไว้ประตูไหนนะคะ ถ้าลงผิดจะเดินไกลเอามากๆ คุณป้าไฮโซเค้าลองมาแล้วค่ะ ราวกับเดินอ้อมพระราชวัง อิอิ


ถ่ายตอนอยู่ในลิฟท์ค่ะ ขวามือจะเป็นทางเดินขึ้น หากไม่ต้องการขึ้นลิฟต์ ก็เดินตรงนี้ขึ้นไปได้เหมือนกัน


ค่าเข้า คนละ 9 usd หรือจ่ายเป็นเงินไทยก็ได้ค่ะ 350 บาท วันสุดท้ายแล้วค่ะ ไม่มีเงินจั๊ตเหลือแล้ว เลยต้องจ่ายเป็นเงินไทยไป 



ถ่ายรูปไม่สวยอย่าว่ากันน้าาา ขอบคุณโอลิมปัสตัวนี้ที่มีเลนส์wide ฮี่ๆ 


มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า สมัยที่พม่าถูกปกครองโดยอังกฤษ ก็มีข้าหลวงอังกฤษจะมาเยี่ยมชมเจดีย์ชเวดากองแห่งนี้ โดยไม่ยอมถอดรองเท้าและยืนยันว่าจะใส่ขึ้นไป ด้วยอำนาจที่ว่าตนปกครองพม่าอยู่อยากทำอะไรก็ได้ ประมาณนั้น ชาวพม่าหลายหมื่นคนจึงร่วมใจกันมานอนตั้งแต่บันไดทางเดินจนถึงลานพระเจดีย์จนไม่เห็นพื้นเลย หากข้าหลวงอังกฤษจะใส่รองเท้าเดินขึ้นไป ก็ขอให้เหยียบร่างชาวพม่าที่นอนรองรับตรงนั้นซะ ด้วยเหตุถึงความเคร่งครัดในพระพุทธศาสนาเช่นนั้น ชาวอังกฤษจึงยอมถอดรองเท้า 

และศาสนสถานทุกที่ในพม่าทุกที่ ก่อนเข้าไป ควรถอดรองเท้าก่อนทุกครั้งค่ะ ไม่งั้นก็จะโดนชาวพม่าตักเตือนแน่นอน 


จะสังเกตุเห็นว่า พุทธศาสนิกชนชาวพม่ามีการแต่งกายด้วยเสื้อสีขาวแขนกระบอกพาดสไบและนุ่งซิ่น ผู้ชายก็เหมือนกัน จะนุ่งโสล่ง (โลงจี ภาษาพม่า) 

แผนผังภายในชเวดากองค่ะ 

ตรงบริเวณนี้จะเป็นลานจอดรถของประตูที่เราเดินขึ้นไป จะเห็นได้ว่าลานจอดรถกว้างขวาง ประตูอีกทิศก็คงไกลกันมากๆ อย่าลืมหาจุดสังเกตุตอนก่อนจะไปชมเจดีย์ชเวดากองนะคะ จะได้กลับลงไปถูกที่ 

ลิฟต์ที่พาขึ้นไปชมเจดีย์ 
ขึ้นลิฟต์ไม่เสียเงินมั้งคะ จะเดินก็ได้ขึ้นลิฟต์ก็ได้ เค้าจะให้ไปจ่ายค่าตั๋วเข้าชมด้านบนค่ะ 

ทวารบาลเฝ้าประตูลิฟท์ขึ้นไปชมเจดีย์ชเวดากอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


ลาไปด้วยภาพนี้ค่ะ ถ่ายที่สนามบินย่างกุ้ง สวยมาก