Friday, April 11, 2014

แบ็คแพ็คพม่า 6 วัน Part 1 Yangoon


หาเวลาว่างมารีวิวทริปได้แล้วค่ะ ทริปนี้เป็นทริปแบกเป้เช่นเดิม ไปมาเมื่อวันที่ 11-16 เมษายน 57 ค่ะ กินเวลาช่วงสงกรานต์อีกเช่นเคย ทริปนี้ค่าใช้จ่ายหมดไปอยู่ประมาณ 27,000 เดี๋ยวจะแจงทริปการเดินทางให้แบบละเอียดนะคะ สมาชิกแบ็คแพคยังเป็นคุณพ่อเหมือนเดิมและคนอื่นๆก็เป็นเพื่อนคุณพ่อค่ะ หากใครเคยอ่าน "แบ็คแพ็คจีนใต้ 5 เมืองใหญ่ 6 ชีวิต กับ 11 วันเดินทาง" (http://pantip.com/topic/30411555) ก็จะคุ้นหน้าคุ้นตากับสมาชิกที่ไปแบกเป้ด้วยกันดีค่ะ ซึ่ง ปีที่แล้วพวกเราไปลุยยูนนานมาช่วงสงกรานต์ แต่ปีนี้มาแบ็คแพคใกล้ไทย ประเทศที่หลายๆคนอาจจะมองว่าผู้คนน่ากลัว ไปเที่ยวพม่า ไปเที่ยวไหนหรอมีแต่วัด เอ้าจะเป็นวัดก็วัดสิ แต่ถ้าใครได้ไปมาแล้วจะบอกได้คำเดียวว่า คุ้มมาก ๆ

อวดรูปกันหน่อย ... เช่นเดิมค่ะ ถ่ายรูปไม่เก่ง แต่อยากอวด อิอิ พาพันดี๊ด๊าพาพันดี๊ด๊า

สมาชิกครั้งนี้ ก็จะเป็น กรุ๊ปเดิมที่ไปแชงกีล่า ขาดไปสอง แล้วเพิ่มมาใหม่สอง เป็นเพื่อนพ่อและญาติๆของเพื่อนพ่อค่ะ 
ภาพสวยๆ รัวๆดีกว่า  (คิดเอาเองว่าสวยนะ อิอิ) เม่าดี๊ด๊า


สมาชิกทริปนี้

เนื่องจากไปช่วงสงกรานต์พอดี เลยเอาภาพบรรยากาศสงกรานต์เปิดประเดิมก่อนเลย 

ทุ่งทะเลเจดีย์ @Bagan (พุกาม) 

The biggest pagoda in the world .. เจดีย์มินกุน

พิธีล้างพระพักตร์พระมหามุนี 

สะพานไม้อูเบ็ง (U-Bein Bridge) สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในสามโลก เอ้ย ในโลก หัวเราะ

ล่องเรือชมทะเลสาบอินเล ชมวิถีชีวิตของชาวอินตา ซึ่งลมหายใจเข้าออกเขา เช้าเย็น ก็อยู่บนพื้นน้ำนี้แหล่ะ

พระบัวเข็ม พระพุทธรูปไม้จันอายุพันกว่าปี

พระธาตุอินทร์แขวน 

ทริปนี้ก็ระทึกใช่ย่อย เพราะ พวกเรามีเวลากันแค่ 6 วันเอง แล้วด้วยความโลภ อยากไปดูซะทุกอย่าง มันก็เลยระทึกกันสนั่น ตอนจอง ยังไม่ได้แพลนว่าจะไปเมืองไหนบ้าง ขอได้ตั๋วถูกไว้ก่อน เพราะเห็นทริปพม่าที่แต่ละบริษัททัวร์ขายแล้ว ไม่สู้ราคาค่ะ เอาเป็นว่า 6 วัน ยังไงก็จะไปให้หมด 5 เมือง ละกัน 

อ่อ บางท่านอาจจะงง ใช่มั้ยคะ รูปภาพสีออกซีดหน่อย เป็นเพราะกล้องใหญ่เจ๊งแล้วค่ะ โชคดีที่คุณพ่อเตรียมกล้องเล็กไปด้วย เลยใช้กล้องเล็กถ่าย แอบเสียใจเล็กน้อย TT เม่าโศกเม่าโศก


ชเวดากองค่ะ  

อย่างที่บอกว่าเป็นทริประทึก เราบินมาลงย่างกุ้งตั้งแต่วันแรก แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นชเวดากอง จนวันสุดท้าย ก็ลุ้นกันสุดๆว่าจะได้เห็นป่าว มันมีสตอรี่ค่ะ 


เส้นทางการเดินทางของพวกเราเป็นแบบนี้

สนามบินเชียงใหม่ (บิน)> ดอนเมือง(บิน) > ย่างกุ้ง(บิน) > พุกาม(บิน) > มัณฑะเลย์(บิน) > อินเล(บิน) > ไจ๊โท (อินทร์แขวน) เหมารถ > ย่างกุ้ง(บิน) > ดอนเมือง(บิน) > เชียงใหม่ 

ในรูปนี่จะเห็นว่าจากอินเล จะเป็นนั่งบัสกลับย่างกุ้งนะคะ แต่เหตุการณ์จริง รถหยุดเดินช่วงสงกรานต์ทั้งประเทศค่ะ แอบปิดบริการขนส่งเพื่อพักผ่อน เราจึงต้องหาตั๋วบินกลับย่างกุ้งวุ่นเลยค่ะ 

ค่าใช้จ่ายทั้งทริป ไม่ว่าจะเป็น ค่ากิน ค่าที่พัก วีซ่า ตั๋วเครื่องบิน (บินทุกเมืองทุกวัน) เหมารถ ของอชิกับพ่อตกคนละประมาณ 27,xxx บาท ค่ะ ไม่ถูกและไม่แพงจนเกินไป เดาว่านะ อิอิ


แบกเป้แล้วบินไปพม่ากันเล้ยยยยย เพี้ยนออกทริปเพี้ยนออกทริปเพี้ยนออกทริป 
เชิญ สดับรับฟังได้เบยยยย 

ทริปนี้เตรียมการตั้งแต่กุมภา 57 นี้ค่ะ เดินทาง 11-16 เมษา ช่วงสงกรานต์ ไทย และ พม่า พอดิบพอดี 
เข้าพม่าต้องเตรียมเอกสารการขอวีซ่านะคะ ขอยืมกระทู้นี้มาประกอบ นะคะ http://pantip.com/topic/30653269 ดาวโหลดมาแล้วก็เขียนๆๆๆ แล้วยื่นค่ะ ต้องไปทำที่ กรุงเทพ แต่ฝากคนรู้จักทำค่า ให้ค่าน้ำมันเค้านิดหน่อย ถ้าปกติทำจะอยู่ที่ 800 มั้งคะ แล้วถ้าทำที่เชียงใหม่กับเอเจนซี่ จะเสียประมาณ 1600-1800 บาท แต่ฝากทำ เสียคนละประมาณ 1000 นิดๆ ค่ะ อิอิ 

รูปร่างหน้าตาวีซ่าพม่าก็เป็นแบบนี้ค่ะ 


ก่อนไป ก็ตั้งกรุ๊ปในเฟสค่ะ แจกแจงข่าวสาร นัดหมายกัน แล้วก็เก็บเงินกองกลางกันเช่นเดิม 
ไปพม่า ภาพที่จินตนาการออกมาก็จะเป็นทัวร์วัดค่ะ เพราะฉะนั้นก็ควรแต่งกายให้เกียรติสถานที่ เหมือนฝรั่งมาวัดไทย ถ้าใส่ขาสั้น ยังต้องนุ่งซิ่นปกปิดค่ะ วัฒนธรรม ประเพณีคล้ายกัน 

เริ่มเดินทาง วันที่ 11 เมษายน บินจากเชียงใหม่บ่ายโมง ถึงดอนเมืองต้องรอขึ้นเครื่องไปย่างกุ้งไฟล์ททุ่มค่ะ นอนทีเดียวเชียว ก็นั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือ คุยกันสัพเพเหระ เพราะไม่ได้เจอกันนานค่ะ 

ได้ตั๋วของนกแอร์ ไปกลับดอนเมือง-ย่างกุ้ง คนละ  2,500 บาทค่ะ  รวมน้ำหนักกระเป๋าที่แถมมาค่ะ พวกเราแบกไปคนละไม่ถึง 10 โล อิอิ 

พอไปถึง เครื่องลง 2 ทุ่ม จองโรงแรมเรียบร้อยแล้วค่ะ กะเอาของไปเก็บที่โรงแรม แล้วไปเดินย่านสุเหล่พระยา แต่ติดที่ตรวจคนเข้าเมืองค่ะ แถวยาวมากกกก แต่ยังดีที่นี่มี ฟรี วิฟิ ค่ะ ถ่าย อัพ เช็คอินกันมันส์เลย ไม่ใช่เค้าน้า แต่เป็นพวกลุงๆป้าๆ อ่าาาา เพี้ยนแบ๊วเพี้ยนแบ๊ว 

อันนี้ถ้าให้เดา อาจจะเป็นคณะทัวร์ อบต หรือเปล่า อิอิ มั่วค่ะ แต่ คนที่นี่ไม่นุ่งสั้นกันนะคะ จะนุ่งซิ่นกันทั้งคณะทัวร์ก็ไม่แปลก อิอิ 

อ่อ อย่างที่เคยบอกนะคะ ว่า เราบินกันทุกวัน จากย่างกุ้ง บินไป พุกาม พุกาม บิน ไป มัณฑะเลย์ ..... ตั๋วพวกนี้ จองตั้งแต่อยู่ไทยค่ะ ใช้บริการของสายการบิน Air Mandalay ตอนจอง เค้าไม่ได้หักเงินในบัตร ไม่มีให้ใส่ข้อมูลบัตรเครดิตเลย ก็เลยเหมือนการbookไว้เฉยๆ  ดูเหมือนง่ายใช่ไหมคะ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ตอนแรกจองในชื่อลุงหยัด แต่แกดันหกล้ม ใส่เฝือกขา ไปไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนชื่อ ก็ต้องเมล์ ตอบกลับไปกลับมากับเจ้าหน้าที่ค่ะ มีเปลี่ยนวันบ้าง เพิ่มจำนวนคนบ้าง (ตอนแรก สมาชิกอินโททอล คือ 5 คน เพิ่มคุณป้าแดงไฮโซกระเป๋าลากอีกคน) บางทีเราก็กลัวเจ้าหน้าที่เหนื่อยไปนะ แต่เคสเราก็เปลี่ยนแปลงข้อมูลการเดินทางไปประมาณ 3-4 รอบ ไม่นับคนอื่นๆ อีก ..... เจะหัว แทน 

ทางสายการบินบอกว่า วันแรกที่มาถึงสนามบินย่างกุ้ง จะมีสตาฟมาชูป้ายไฟ เอ้ย ป้ายชื่อรอที่เกท สังเกตเห็นง่ายมั่ก (เขาบอก) ก็ตื่นเต้นค่ะ เค้าจะชูป้าย ACHIRAYA ค่ะ (ชื่อเค้า) เจอแล้วๆๆๆๆๆ 

ชีก็บอกว่า รอแป๊บนะ ขอเขียนก่อน .... เรางง ว่าเขียนอะไร ปรากฏว่า เขียนชื่อพวกเราทุกคนลงบนตั๋วทีละใบค่ะ แล้วพวกเราบินกัน 4 เที่ยว 6 คน สรุป เขียน 24 ใบ อมยิ้ม20อมยิ้ม20อมยิ้ม20

นี่เป็นตั๋วที่ต้องเอาไปแลก Boarding pass ค่ะ 

ค่าตั๋ว แปลงเป็นค่าเงินไทย 
ย่างกุ้ง-นองอู (พุกาม) 4000 บาท
นองอู - มันฒะเลย์ 2000 บาท 
มัณฑะเลย์ - นองชเว (อินเล) 2000 บาท 
นองชเว - ย่างกุ้ง 4000 บาท  ( ตัวนี้ไม่ได้จองไว้ กะจะ นั่งรถกลับมาย่างกุ้ง แต่รถไม่มี ทริประทึกเลยเกิดขึ้น ต้องหาตั๋วเครื่องบินกลับจ่ธป

จ่ายกับคุณน้องสต๊าฟที่ชูป้ายไฟรอหน้าเกทเลยค่ะ ... กระเป๋าเบาเบยยย

นั่งtaxi จากแอร์พอร์ทมาที่พักย่าน chinatown( ที่เงียบมาก เหมือนลำพูนตอน2 ทุ่มปามานนั้น อาจจะเพราะดึกแล้ว ) แท็กซี่ฟันราคาไป 15,000 จั๊ต คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 500 กว่าบาท รีเซฟชั่นบอกว่าแพงงงงเวอร์ เราก็เลยขอเค้าต่อราคาแท็กซี่คนที่พามาให้หน่อย เพราะพรุ่งนี้จะต้องใช้บริการไปส่งที่สนามบินเพื่อไปเมืองพุกาม เค้าก็ต่อให้เหลือ 12,000 ซึ่ง ถ้าใช้บริการแท็กซี่ของโรงแรมจะราคาไม่ถึง 10,000 kyat  ร้องไห้ร้องไห้

ที่พักที่จองไว้ ชื่อ Agga Guesthouse จองห้อง 6 เตียงไว้ค่ะ กว่าจะถึงโรงแรม ก็สามทุ่มกว่า แล้วพวกเราก็หิวมากด้วย ทุกคนจัดการเก็บของเข้าห้อง ส่วนอชิก็คุยกับรีเซฟชั่น นั่นนี่โน่น เพราะวันสุดท้ายเราจะกลับมาพักที่ย่างกุ้งอีกเพื่อรอบินกลับไทย เค้าก็ให้เราพักโรงแรมในเครือของเค้าอีกที่นึง ซึ่งมันอยู่ห่างกันอีกซอยนึงเนี่ยหล่ะมั้งคะ 

หลังจากนี้จะเป็นมหากาพย์การโดนฟันราคาของชาวพม่ากับชาวไทยเชื้อสายยองต้นกำเนิดเมืองหละปูนค่ะ ที่เค้าหาเรื่องอัพราคาเรา แล้วพูดกันเป็นเหมือนเทปเร็คคอร์ดเลยว่า "water festival, water festival, ok ??!!  " อ่านะ ตูผิดใช่ไหมมาช่วงเทศกาล ฮ๋า ๆๆๆๆๆๆๆ 


หนุ่มพม่าคนแรกที่เจอในย่างกุ้ง

ตามสเตปค่ะ หากินยามค่ำคืน

หายากมากค่ะ น่าจะสี่ทุ่มแล้ว แต่ก็เห็นแสงไฟสว่างๆ อีกฝั่ง ไปดูกันว่ามีอะไรให้ทานกันมั่ง

ลำบากมากค่ะ คนขายฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง แล้วคณะทัวร์กิ๊กก๊อกของเราก็อยากจะทานไข่เจียวด้วย อาปาบอกว่าเห้ย หน้าเหมือนเจ๊กเลย พูดจีนใส่มันซิ ....450354%&@r32)(&#@#!!  

เห้ย พูดจีนได้อะ รอดตายแล้วคณะลูกเป็ดตู 
เลยได้มาเป็นหน้าตาแบบนี้ อิอิ
 

แอบคิดในใจ คุณป้าไฮโซของเราจะนั่งทานร้านแบบนี้ได้ไหม 
....
..
....

ไม่มีปัญหาค้าาาาาา 

โอเค รอดตายไปอีกมื้อนึง รีบอาบน้ำเข้านอน 

ห้องพักดอม 6 เตียง แชร์ห้องน้ำ จองเตียงละ 360 บาทค่ะ รวมอาหารเช้า